MCA วางเป้ารายได้ปี 66 ทะยาน 40% ปิดดีลคว้างานเป็น “ผู้จัดจำหน่าย” ให้ เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) มูลค่ากว่า 160 ลบ.
MCA เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ราคา 3 บาท ปรับตัวลดลง 10% จากราคาไอพีโอ 3.30 บาท ฟาก FA มองเป็นไปตามภาวะตลาด-นักลงทุนไม่เข้าใจ Big Lot ด้านผู้บริหารเผยปิดดีลใหม่ เสริมพอร์ตมูลค่ากว่า 160 ล้านบาท พร้อมอยู่ระหว่างเจรจาอีก 1-2 ดีล คาดชัดเจนสิ้นปีนี้ ขณะที่รายได้ปี 66 คาดเติบโตราว 38-40% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า ราคาหุ้นไอพีโอของบริษัท มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ MCA ที่เปิดการซื้อขายต่ำจองวันนี้มาจากภาวะตลาดที่ผันผวน และส่วนหนึ่งนักลงทุนอาจมีความไม่เข้าใจในการซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลประกอบการที่เติบโตจะสะท้อนออกมาที่ราคาหุ้นในที่สุด
ด้านนายภักดี เหล่างาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นับเป็นก้าวสำคัญในการช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่การเป็นผู้นำในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและผู้ให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ครบวงจร โดยใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำรายแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หลังจากนี้เชื่อว่าบริษัทจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากแผนขยายการลงทุนที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสการต่อยอดธุรกิจใหม่ ภายใต้รูปแบบการให้บริการ Distributor ซึ่งจะเข้ามาสร้าง New S-Curve สู่การเติบโตทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุกช่องทางความหลากหลายในทุกรูปแบบของประเภทการให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ทุกมิติ รวมถึงยังเป็นการสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่ง ในการเพิ่มขีดความสามารถสำหรับรองรับงานขนาดใหญ่ได้เพิ่มมากขึ้น
สำหรับเงินที่ได้จากการะดมทุน จำนวน 198 ล้านบาท บริษัทฯ เตรียมนำไปต่อยอดและขยายสเกลงานใหม่เพิ่มเติมจาก 4 กลุ่มหลักได้แก่ 1. บริการจัดกิจกรรมทางการตลาดและดิจิทัล 2. บริการบรรจุและจัดส่งสินค้า 3. บริการพนักงานแนะนำสินค้า 4. บริการจัดเรียงสินค้า และการต่อยอดธุรกิจการให้บริการใหม่ คือ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributor) service
ส่วนแนวโน้มการเติบโตในปี 2566 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 38-40% จากปีก่อนที่มีรายได้ 372.65 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 16.51 ล้านบาท จากภาพรวมครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะขยายตัวดีกว่าครึ่งปีแรก โดยคาดว่าไตรมาส 3/66 จะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ผู้ประกอบการกลับมาจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการตลาดเช่นเดิม รวมถึงได้ผลประกอบการจากธุรกิจใหม่ Distributor เข้าสนับสนุน
รวมถึงบริษัทยังสามารถปิดดีลงาน Distributor ในส่วนของสแน็กจากบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด โดยมีระยะเวลาตามสัญญา 2 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 160 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/66 ประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะรับรู้รายได้ในปี 2567 นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาอีกราว 1-2 ดีล คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเฉลี่ย 15-20% ตามแนวโน้มการจัดกิจกรรมทางการตลาดที่สูงขึ้น รวมถึงธุรกิจ Distributor ที่มีทิศทางเติบโตได้ต่อเนื่อง
