Official Update :

HTC หุ้นน้ำอัดลมปันผลดี โบรกแนะถือยาว หวังผลตอบแทน 7% ต่อปี

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอ HTC หรือ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมในภาคใต้ของไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในปี 2566-2567 จะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงถึง 6-7%


สำหรับรายละเอียดของธุรกิจ HTC ได้รับลิขสิทธิ์จากโคคา-โคลา คัม ปะนี (ประเทศสหรัฐอเมริกา) เมืองแอตแลนต้า มลรัฐจอร์เจียร์ ให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมภายใต้เครื่องหมายการค้า “โคคา-โคลา” “แฟนต้า” “สไปรท์” และผลิตภัณฑ์อื่นที่โคคา -โคลา คัมปะนี เป็นเจ้าของ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้มินิทเมด และน้ำดื่มน้ำทิพย์


โดยรายได้หลักของบริษัท คือ รายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์ให้ผลิตและจำหน่ายเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี


ส่วนนโยบายการจ่ายเงินปันผล HTC มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50 – 80% ของกำไรสุทธิที่เหลือหลังจากหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทได้กำหนด โดยพิจารณาจากกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งหากนักลงทุนถือหุ้นตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน จะได้รับเงินปันผลทั้งหมด 12 ครั้ง รวมเป็นเงินรวม 9.35 บาทต่อหุ้น


ขณะที่แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในงวดผลประกอบการปี 2566 – 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าจะให้ผลตอบแทนในระดับสูง 6-7% โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 1.09 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.8% และปี 2567 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 1.18 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 7.4%


ด้านข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน HTC มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 6,189.58 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 10.97 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ต.ค. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 26 ต.ค. 66 อยู่ที่ 15.40 บาท ปรับตัวลดลง 45% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 4.94% 


ในส่วนของแนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/66 ที่ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 14.1% จากไตรมาสก่อนหน้า


ขณะที่แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/66 จะกลับมาฟื้นตัวจากไตรมาส 3/66 และเติบโตจากไตรมาส 4/65 จากการเข้าสู่ช่วง High season ของภาคท่องเที่ยว และมาตรการยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานส่งผลให้นักท่องเที่ยวสูงขึ้น


หากกำไรในไตรมาส 3/66 ออกมาตามคาด ผลประกอบการของ HTC ในช่วง 9 เดือน ปี 2566 จะอยู่ที่ 480 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 70% จากประมาณการกำไรทั้งปีของเรา


ดังนั้นจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2566 และ 2567 ลง 8.6% และ 3.4% เป็น 625 ล้านบาท โต 43.7% และ 679 ล้านบาท โต 8.6% ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานรายได้ลง และปริมาณขายที่โตช้ากว่าเดิมที่ประเมินไว้ และเพื่อให้ Conservative มากขึ้นต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก


ทั้งนี้ได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 และปรับลด PER ในการประเมินมูลค่าลงเพื่อสะท้อนภาวะตลาดที่ผันผวนมากขึ้นส่งผลให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.00 บาท โดยราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายต่ำสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม และมี Upside 18.8% รวมถึงคาดหวังปันผลได้สูงราว 7% ต่อปี จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาว


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้