นักวิเคราะห์ มองหุ้นไทยบวกรอบนี้ของจริง ชี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นมากกว่าขาลง ระบุปัจจัยลบเริ่มคลี่คลาย-มูลค่าน่าสนใจ
ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างหนัก จากปัจจัยกดดันทั้งแนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจตรึงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนาน และความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
แต่อย่างไรก็ตามช่วง 2 วันที่ผ่านมา (2-3 พ.ย. 66) ดัชนีปิดในแดนบวกต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยรอบนี้ มีโอกาสที่จะไปต่อหรือไม่ หรือเป็นเพียงการปรับตัวขึ้นเพื่อลงเท่านั้น
Wealthy Thai ได้สอบถามไปยังนายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ซึ่งให้มุมมองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นมากกว่าลง เพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวหนักมาก
โดยเฉพาะในช่วงเดือนก.ย. - ต.ค. 66 ที่ดัชนีปรับตัวลงไป 2% ประกอบกับตลาดหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ระดับราว 1,366 จุด ส่วน P/BV อยู่ที่ 1.3 เท่า P/E อยู่ที่ 15.5 เท่า ในมุม valuation ยังน่าสนใจ อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงมาแรงมากกว่าการลดดอกเบี้ย หนุนให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง
ส่วนตลาดหุ้นไทยมีโอกาสจะไปต่อหรือไม่นั้น หากดูตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. ตลาดหุ้นต่างประเทศหลายแห่งปรับตัวขึ้นแรงกว่า 10% ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม หรือสหรัฐฯ ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยซึ่งปรับตัวลงลึกกว่า แต่ปรับขึ้นมาเพียง 3% จึงเป็นการรีบาวน์ที่น้อยกว่า ดังนั้นเชื่อว่ามีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะขยับขึ้นต่อได้
สำหรับปัจจัยต่อจากนี้มองเป็นโทนบวกมากกว่าลบ โดยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮามาสยังคงต้องติดตามอยู่ แต่ผ่อนคลายมากขึ้น
ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งในฝั่งของยุโรปและธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็หยุดแล้ว ทำให้มีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นกัน
รวมถึงอัตราเงินเฟ้อในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ นอกจากนี้ในไตรมาส 4/66 ยังเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยว คาดจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ ดังนั้นจากปัจจัยที่เป็นบวกมากขึ้น จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยที่ปรับลงลึกน่าจะพอขยับขึ้นต่อได้
ทั้งนี้ ประเมินแนวรับที่ระดับ 1,420 จุด แนวต้านที่ 1,430 จุด หากผ่านไปได้ มีโอกาสที่จะไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,450 จุด แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังมีหุ้นที่สามารถเข้าลงทุนได้ เพราะราคาปรับลงมาค่อนข้างมาก ยังมีปัจจัยบวกเฉพาะที่จะผลักดันให้ Outperform ตลาดได้ คือ
หุ้นกลุ่ม China Play ที่ยังปรับตัวขึ้นมาไม่มาก เช่น SCGP PTTGC IVL, หุ้นกลุ่ม Domestic Play รับอานิสงส์เงินเฟ้อที่คาดออกมาต่ำ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น CPALL HMPRO CRC, หุ้นรับผลบวกบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลง เช่น GULF BGRIM TIDLOR MTC
