Official Update :

GFC ฉายภาพธุรกิจปี 2567 มองรายได้โตไม่ต่ำกว่า 50% หลังเปิด 2 สาขาใหม่ รองรับลูกค้าไทย-เทศ

GFC มั่นใจรายได้ปีนี้ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง พร้อมฉายภาพธุรกิจปี 2567 รายได้โตไม่ต่ำกว่า 50% หลังเปิด 2 สาขาใหม่ รองรับลูกค้าไทยเพิ่ม ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ สร้าง New s-curve


นายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC เปิดเผยกับทาง Wealthy Thai ว่า ทิศทางของธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเติบโตได้ดี ตามภาพรวมของอุตสาหกรรมกลุ่มผู้รักษามีบุตรยากในไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยผลักดันตัวเลขผู้ป่วยของบริษัทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ประกอบกับสังคมประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต เนื่องด้วยอัตราการเกิดใหม่ของประชาชนอยู่ที่ 4 แสนคนต่อปี เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้มีโอกาสที่รัฐบาลจะออกและผลักดันนโยบายเกี่ยวกับการมีบุตร ซึ่งจะสามารถจูงใจให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้นและช่วยให้บริษัทได้รับประโยชน์ พร้อมกับสนับสนุนให้รายได้ในปี 2566 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20-30% หรือทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง


“ตลาดผู้รักษามีบุตรยากมีการแข่งขันอยู่ตลอดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังจากที่เราได้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ทำให้บริษัทได้รับการตอบรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีความต้องการมีบุตรมากขึ้น ส่วนการที่มีผู้เล่นเข้ามาระดมทุนในตลาดเรากลับมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น”  นายกรพัส กล่าวเพิ่มติม


สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2567 บริษัทก็ยังสามารถเติบโตได้นัยสำคัญ ตามตลาดการบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ที่เราคาดการณ์ยังเติบโตได้อย่างน้อยปีละ 6% และการท่องเที่ยวเชิงบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากของกลุ่มต่างชาติก็คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่าปีละ 14-16%


นอกจากนี้ การเปิดสาขาสุวรรณภูมิ-พระราม9 และสาขาจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงปลายไตรมาส 1/67 และ ต้นไตรมาส 2/67 จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ในสาขาพระราม 3 รองรับลูกค้าได้เต็มเกือบ 100%


โดยการเปิดสาขาใหม่ทั้ง 2 สาขา นอกจากจะเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้าชาวไทยแล้ว ยังเป็นการช่วยให้บริษัทสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติได้เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน สำหรับฐานลูกค้าไปยังกลุ่มต่างชาติเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และถือเป็น New s-curve ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันรายได้ในปี 2567 เติบโตได้ไม่น้อยกว่า 50%


ทั้งนี้ เราไม่ได้ปิดโอกาสการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีพันธมิตรและเอเจนซี่จากต่างชาติไม่ว่าประเทศเพื่อนบ้าน จีน อินเดีย และญี่ปุ่นเข้ามาชักชวน แต่ด้วยกลุ่มตลาดในประเทศที่ยังเติบโตได้ดีจะยังสร้างการเติบโตให้แก่บริษัทได้


“โมเดลธุรกิจของเราอาจจะไม่ได้มีความเซ็กซี่หรือความหวือหวาอย่างการขยายสาขาเป็นจำนวนมากๆต่อปี แต่เราจะใช้จุดแข็งของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญของการรักษาและการบริการที่มีศักยภาพเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆและลูกค้าเดิม ซึ่งสุดท้ายเชื่อว่าจะสะท้อนมายังการเติบโตให้แก่บริษัทได้ในอนาคตไม่แพ้กัน” นายกรพัส กล่าวทิ้งทาย