Official Update :

PROS เทรดวันแรกทะยาน 100% วางเป้าหมายจะเป็นหุ้น “Growth Stock”

ถึงคิวเข้าเทรดในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกของบริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS โดยเบื้องต้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาทำความรู้จักหุ้น PROS ว่าเป็นใครมาจากไหน และทำธุรกิจอะไร รวมถึงแผนอนาคตที่จะเติบโต และเป้าหมายการใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน


โดย PROS ประกอบธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ที่ให้บริการหลากหลายและครบวงจร ทั้งงานระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบปรับอากาศ และระบบระบายอากาศ ซึ่งมีบริษัทย่อยคือ บริษัท พรอสเพอร์ ไทธรรม์ จำกัด ดำเนินธุรกิจงานรับเหมาก่อสร้างวิศวกรรมโยธา


นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีฐานลูกค้ากระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ห้างสรรพสินค้า อาคารชุดพักอาศัย ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ณ 31.. 63 มีงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ 768 ล้านบาท และมีโครงการในอนาคตที่กลุ่มบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลหรือได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้างแล้วอีกจำนวน 1,230 ล้านบาท


ทั้งนี้ PROS มีทุนชำระแล้ว 270 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 400 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 140 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้มีอุปการคุณของบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 280 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,080 ล้านบาท


ทั้งนี้ราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 22.22 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (1 มกราคม-31 ธันวาคม 2563) ซึ่งเท่ากับ 48.76 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.09 บาท


ขณะที่นายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PROS เปิดเผยว่า บริษัทมีความรู้สึกยินดีที่ราคาหุ้นเปิด เทรดวันแรกราคาหุ้นสามารถยืนเหนือราคาจองซื้อ โดยถือว่าเป็นการเหนือความคาดหมายแล้ว โดยเงินที่จะนำไปขยายโอกาสในการรับงานใหม่ ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายจะมีรายได้ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% ต่อปี ขณะที่นโยบายการจ่ายเงินปันผลยังคงมีอัตราการจ่ายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นนโยบายที่จ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ


ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ 2,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงานที่ค้างมาจากปี 63 จำนวน 700 ล้านบาท และงานใหม่ที่เข้ามาในไตรมาส 1/64 จำนวน 1,300 ล้านบาท ซึ่งคาดจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 64 และในปี 65 ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างรอผลการประมูลงานใหม่ มูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาท โดยเฉลี่ยในแต่ละปีจะเข้าประมูลงานใหม่กว่า 12,000 ล้านบาท


สำหรับเงินที่ระดมทุนได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนหักค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ประมาณ 280 ล้านบาท จะนำไปใช้ลงทุน 30 ล้านบาท สำหรับลงทุนในเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างเพิ่มเติม ภายในปี 64- 65 ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบริษัทในการเข้ารับงานโครงการจากหน่วยงานราชการ และเอกชนมากขึ้น


ขณะที่เงินส่วนที่เหลือประมาณ 250 ล้านบาท มีแผนที่จะใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อขยายความสามารถในการเข้าประมูลงาน ภายในปี 64 – 65 โดยบริษัทคาดว่าภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนแล้วเสร็จจะช่วยขยายความสามารถในการรับงานของบริษัทให้เพิ่มขึ้นได้


“เป้ารายได้ปีนี้จะได้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้จากมูลค่างานในมือที่มีอยู่ ส่วนแผนอนาคตจะพยายามทำให้เติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% ด้วยการเข้ารับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ซ่งจะเน้นรับงานภาครัฐให้มากขึ้น หวังจะมีสัดส่วนเกิน 50% ” นายพงศ์เทพ กล่าว



ราคาเหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าพื้นฐานกลางปี 2565 ของ PROS ที่ 3 บาท โดยอิง PE 16.7 เท่า จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังระยาวของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเสาเข็ม ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่ยังไม่รับรู้รายได้อยู่ที่ราว 768.31 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ไปถึงปี 2564-2565 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ชนะประมูลหรือได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้างแล้ว จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 1,229.48 ล้านบาท จากโครงการที่อยู่ระหว่างร่วมประมูลทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ารวม 2,694 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการปี 2563-2565 เติบโตถึง 47%


โดยบริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ จำกัด ระบุความน่าสนใจในการรลงทุน PROS ได้แก่ 1. ประมาณการรายได้และกำไรโตต่อเนื่อง จากงานในมือที่ทยอยรับรู้ต่อเนื่อง รวมถึงงานใหม่ โดยคาดรายได้เติบโต (CAGR) ปี 2563-2565 ราว 28.6% ต่อปีและคาดกำไรสุทธิปี 63-65 เติบโตราว 53.3% ต่อปี,


2.ฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยหลังจากการ IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนจะลดลงมาเหลือเพียง 0.03 เท่าในปี2564 จาก 0.06 เท่าก่อน IPO โดยมีสถานะเป็น Net Cash มีเงินสดในมือสูงและมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง และ3. ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์ในธุรกิจมากว่า 25 ปี โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2564 เท่ากับ 2.77 บาทต่อหุ้น


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส ระบุแม้ว่ารายได้จะลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามภาวะการลงทุนในประเทศที่หดตัว แต่ด้วย Backlog ราว 2 พันล้านบาท จึงคาดว่ากำไรปีนี้จะโตก้าวกระโดด 99.6% จากปีก่อน และโตต่อเนื่อง 15.5% และ 11.4% ในปี 65-66 พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 2.70 บาท อิงค่าพีอี 15 เท่า


โดยเทียบเคียงจากความสามารถในการทำกำไรของ FLOYD และ PLE ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจคล้ายคลึง PROS โดยให้น้ำหนักกับ FLOYD มากกว่าเพราะธุรกิจใกล้เคียงกันที่สุด PROS มี ROE สูงกว่าทั้ง 2 บริษัท แต่อัตรากำไรปี62 ซึ่งเป็นปีปกติต่ำกว่า FLOYD แต่สูงกว่า PLE จึงให้ PE ต่ำกว่า FLOYD เล็กน้อยและสูงกว่า PLE ทั้งนี้ที่ระดับ PE 15 เท่า มีส่วนลดประมาณ 12% จาก PE เฉลี่ยกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่ใน SET จึงถือว่าเหมาะสม

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่