GULF มองยาว! ปี 67 เป้ารายได้โต 30% อัพกำลังผลิตไฟฟ้าพุ่ง 2.1 หมื่นเมกะวัตต์ วางแผนกระดานเทรดคริปโตมีมาร์เก็ตแชร์ 50%

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปี (ปี (2567-71) กำหนดงบลงทุนรวมประมาณ 90,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยหลักๆ จะรองรับการลงทุนพลังงานหมุนเวียน ราว 80%


สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจปี 2567 วางเป้าหมายจะมีรายได้เติบโตราว 30% จากปี 2566 เนื่องจากบริษัทจะมีโครงการใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ต่อเนื่อง ประมาณ 2,490 MW ทำให้สินปี 2567 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 14,930 MW


ประกอบด้วย โครงการ GPD กำลังการผลิต 1,325 MW โครงการ HKP กำลังผลิต 770 MW รวมทั้งโครงการ  Solar Rooftop ภายใต้ GULF1 กำลังผลิต 100 MW โครงการ solar Farms ขนาด 160 MW และโครงการ Solar + BESS  ขนาด 135 MW ที่จะทยอย COD ในปี 2567


ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายระยะยาวในปี 2576 จะมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 21,322 MW ตามการทยอย COD โครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปีดังกล่าวจะมีสัดส่วนจากโครงการ Gas-fired สัดส่วน 70% และพลังงานหมุนเวียน 30% และมีเป้าหมายปี 2578 จะมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็น 50%


ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/66 คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจาก โครงการโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ GPD หน่วยที่ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 662.5 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566


รวมทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเยอรมันนี คาดว่าผลประกอบการจะเห็นการเติบโตในทิศทางที่ดี เนื่องจาก เข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 ส่วนแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ Henry Hub ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้โครงการ Jackson Generation ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกามีผลกำไรที่ดีขึ้น  และโครงการ Solar Rooftop ภายใต้ GULF1 มีแผนที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ให้ครบ 150 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน


อย่างไรก็ตามการในไตรมาส 4/2566 แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าในรอบเดือนกันยายน - เดือนธันวาคม 2566 ลงมาอยู่ที่ 3.99 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่ราคาก๊าซธรรมชาติได้ปรับตัวลดลงเช่นกัน จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขึ้นต้นของกลุ่ม SPP อีกทั้งสัดส่วนของปริมาณการขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมมีเพียง 8% ของปริมาณการขายไฟฟ้าทั้งหมด GULF จึงไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว


สำหรับธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยภายใต้ Gulf Binance นั้น จะเปิดเต็มรูปแบบภายในต้นปี 2567 โดยมองเปิดโอกาสให้คนไทยได้ใช้บล็อกเชน และได้มีการเทรดธุรกิจคริปโตฯ เนื่องจาก  Binance มีความเสถียร และมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จะมีส่วนแบ่งการตลาด 50% ส่วนธุรกิจ Virtual Bank อยู่ระหว่างศึกษา เบื้องต้นคาดว่าจะร่วมมือกับพันธมิตร หากมีความคืบหน้าจะแจ้งอีกครั้งภายหลัง