JWD แผนวางยุทธศาสตร์ 5 ปี ดันรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท

JWD วางยุทธศาสตร์ 5 ปี ดันรายได้สู่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท ชูกลยุทธ์ต่อยอดสร้างการเติบโตจากธุรกิจในปัจจุบันและลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อสร้าง New S-Curve ปั้นกลุ่มขนส่งวางแผนขยายธุรกิจสู่ผู้ให้บริการขนส่งครบวงจรทุกรูปแบบทั้งทางเรือ รางและทางบกเสริมศัยภาพการขนส่งแบบ Multimodal Transportation


นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD วางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นำ JWD มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่าเท่าตัวจากปี 2563 ที่มีรายได้รวมกว่า 3,900 ล้านบาท


โดยจะมาจากการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบันให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจใหม่ที่จะเป็น New S-Curve และสามารถต่อยอดกับธุรกิจปัจจุบัน ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 15,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งแหล่งเงินทุนจะมาจากหลากหลายช่องทาง ทั้งกระแสเงินสด วงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน การเสนอขายหุ้นกู้ การจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อระดมทุนและทำสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแก่กองทรัสต์ 


สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจปัจจุบันให้มีรายได้เติบโตตามเป้าหมายนั้น บริษัทฯ จะมุ่งเน้น 3 ส่วนคือ 1.กลุ่มขนส่ง 2. กลุ่มห้องเย็น 3. กลุ่มต่างประเทศ สำหรับกลุ่มขนส่งการเน้นเพิ่มศักยภาพการให้บริการแบบ Multimodal Transportation หรือ ‘การขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ’ ได้แก่ ทางบก ทางน้ำและทางราง โดยบริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้บริหารจัดการท่าเรือน้ำลึก (Deep Sea Port) ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จากปัจจุบันที่ JWD ได้รับสิทธิ์บริหารท่าเทียบเรือชายฝั่ง (Barge Terminal) จากการท่าเรือแห่งประเทศไทย และเป็นผู้ให้บริการยกขนและเคลื่อนย้ายตู้สินค้าทางรางภายในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง 


ล่าสุดบริษัท บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JWD ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด หรือ VNS และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องโดยจะใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 200 ล้านบาท


ในขณะเดียวกัน นายบดินทร์ ตัณฑไพบูลย์ ผู้บริหารของบริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด จะเข้ามาถือหุ้น 13.6% ในเจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ต พร้อมรับตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญ เพื่อขยายธุรกิจด้านการขนส่งสินค้าและยกระดับเจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ต เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าอย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน


โดย บริษัทสามารถใช้ความเชี่ยวชาญของ VNS ขยายธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าแบบมิลค์รัน (Milk Run Transport) โดยเฉพาะการรับขนส่งชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์จากผู้ผลิตแต่ละราย เพื่อนำไปจัดส่งยังโรงงานผลิตรถแบรนด์ต่าง ๆ ตามเวลาที่กำหนด และเมื่อผนวกเข้ากับความเชี่ยวชาญการรับขนส่งยานยนต์แก่ผู้ผลิตรถแบรนด์ต่าง ๆ ของเจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ต จะทำให้บริษัทฯ มีบริการด้านโลจิสติกส์ยานยนต์ที่ครอบคลุมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ


นอกจากนี้ ภายหลังควบรวมกิจการแล้ว จะเดินหน้าขยายฐานธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าอื่น ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว อาทิ การรับขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย, สินค้าทั่วไป, สินค้าขนาดใหญ่ (Project Cargo), บริการขนส่งด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ, บริการขนส่งข้ามแดน


ทั้งนี้โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยคาดว่าปีนี้บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว จากกว่า 400 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เป็นกว่า 800 ล้านบาทในปีนี้  พร้อมทั้งได้แต่งตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเตรียมนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2566


ส่วนธุรกิจห้องเย็น มีแผนขยายการลงทุนธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น (Cold Storage) ในรูปแบบการลงทุนเองหรือร่วมทุนกับ พาร์ทเนอร์ที่สนใจ เพื่อพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าห้องเย็นในจังหวัดที่มีศักยภาพ ที่จะใช้เป็นฮับหรือศูนย์กลางรวบรวมสินค้าแก่ ซัพพลายเออร์ในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียงและส่งต่อไปถึงจุดหมาย โดยให้ความสนใจพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือถึงภาคกลางตอนบน ธุรกิจโลจิสติกส์ในต่างประเทศอีก 5 ปีข้างหน้า จะเน้นลงทุนในประเทศกัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ผ่านการลงทุนเองและควบรวมกิจการ 


สำหรับการลงทุนขยายธุรกิจใหม่ จะรุกขยายฐานธุรกิจ B2C (Business to Customer) โดยจะมุ่งผลักดันธุรกิจให้บริการ Self-Storage (ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า) เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนร่วมกับพาร์เนอร์ต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของโมเดลธุรกิจให้บริการค้นหาและจองพื้นที่ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันซึ่งมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้การร่วมมือดังกล่าวสามารถผลักดันให้ JWD ก้าวเป็นผู้ให้บริการ Self-Storage ระดับภูมิภาค 


ส่วนอีก 2 บริการเพิ่มเติม สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือบริการระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์ Order Fulfillment สำหรับคลังแห้งและแบบควบคุมอุณหภูมิที่ JWD มีองค์ความรู้และศักยภาพคลังในทำเลยุทธศาสตร์พร้อมอยู่แล้ว โดยในเฟสแรกมีพื้นที่ให้บริการ 5,920 ตร.ม. วางแผนเปิดให้บริการภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และบริการ Cold Chain Express ซึ่งที่ผ่านมามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบันยุค New Normal บริษัทฯ วางแผนเจาะกลุ่มเป้าหมายสินค้าเพื่อสุขภาพและยาเพิ่มเติม


อีกหนึ่งขาธุรกิจที่ช่วยเสริมการเติบโตของ New S-Curve คือ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และ JWD ภายใต้ชื่อ บริษัท ออริจิ้น เจดับเบิ้ลยูดี อินดัสเทรียล แอสเซท จำกัด เพื่อดำเนินกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโลจิสติกส์ ทั้งในส่วนของคลังสินค้าอัจฉริยะที่เป็นสมาร์ทแวร์เฮ้าส์ โครงการคลังสินค้าที่สร้างขึ้นตามความต้องการเฉพาะ (Built-to-Suit) และโครงการห้องเย็นสำเร็จรูป (Cold Storage) เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีความต้องการใช้งานจำนวนมาก รวมทั้งการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองรีทเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต


ทั้งนี้ บริษัทศึกษาโอกาสเข้าลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ในไทยและต่างประเทศเพื่อต่อยอดกับธุรกิจในปัจจุบัน หรือลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10-12% หรือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตและกำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์


ล่าสุดได้เข้าลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพด้านระบบบริหารจัดการร้านอาหาร เพื่อต่อยอดขยายธุรกิจ Food Services และ Cold Chain Express Delivery เพื่อรองรับบริการด้าน Restaurant Platform ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ที่เป็นแหล่งรวมรวบวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ เลือกซื้อ โดยสามารถรวบรวมปริมาณการสั่งซื้อจากร้านอาหารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่ง JWD จะทำหน้าที่รวบรวม คัดแยกและบริการจัดส่งวัตถุดิบไปยังร้านอาหารต่าง ๆ


“ระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ JWD จะเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด โดยจะต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง  ทั้งการลงทุนเอง ร่วมทุนและพิจารณาการทำ M&A เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะทำให้ JWD ยกระดับเป็นผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในภูมิภาคอาเซียน” นายชวนินทร์ กล่าว

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
News Highlight
พูลอุดม ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain ยกระดับวัตถุดิบอาหารสัตว์–โลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ รับทิศทางการค้าโลก
Updated 15 hours ago
Banking
เปิดเทรนด์ Payment Technology จาก Cashless สู่ Intelligent Payment ขับเคลื่อนการเงินไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
Updated 1 day ago
Fund Move
"UOB Group" ได้บรรลุข้อตกลงในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองธุรกิจของกลุ่ม "UOB Asset Management Ltd" ของทั้งภูมิภาค...ให้แก่ "Allianz Global Investors" คาดเรียบร้อยปีหน้า
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
กลุ่มท่องเที่ยว-F&B รับอานิสงส์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โรงแรม-ร้านอาหาร รับแรงหนุน Voucher ชู CENTEL-MAGURO เด่นรับกำลังซื้อเพิ่ม
Updated 23 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง
Updated 11 hours ago
Follow Us