ใช้เงินออมหุ้น KTC 5 ปีกำไรพุ่ง 8 แสน!!

KTC หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งหุ้นมหาชนที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก และช่วงที่ผ่านก็ถูกพูดถึงอย่างมากจากกรณีการเข้าซื้อหุ้นกรุงไทยลีสซิ่งในสัดส่วน 75.05% จากธนาคารกรุงไทย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะส่งผลบวกต่อธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในอนาคต และเมื่อรวมกับผลประกอบการไตรมาส 1/64 ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ทำให้หุ้นปรับขึ้นมาค่อนข้างแรง วันนี้ Wealthy Thai จึงอยากทดลองว่า หากนำหุ้น KTC มาทำ DCA โดยใช้เงินซื้อหุ้นเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี จะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร






จากข้อมูลของ SETSMART พบว่า หากเรา DCA หุ้น KTC ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 15,252.00 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 20.44  บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 1,182,030.00 บาท ได้กำไร 870,240.00  บาท หรือเพิ่มขึ้น 279.11% และได้รับเงินปันผล 44,037.13 บาท


สำหรับงบไตรมาส 1/64 KTC มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,634 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ขยายตัว 23.6% จากไตรมาส 4/63 โดยมียอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 86,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาส 1/63 แม้ว่ารายได้รวมของบริษัทลดลง 6% แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงไป 10% โดยดูแลค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวมให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ ควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินได้ดีและมีรายได้หนี้สูญได้รับคืนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับที่ยอมรับความเสี่ยงได้ ภายใต้สถานการณ์ที่มีปัจจัยผันแปรมากยิ่งขึ้น จึงเป็นผลให้ไตรมาส 1/64 บริษัทมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวมต่อรายได้ลดลงจากเดิมอีกเล็กน้อย มีกำไรก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้การที่พอร์ตลูกหนี้มีคุณภาพดี ทำให้ความจำเป็นในการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นน้อยลงไปด้วย เป็นผลให้กำไรสุทธิของบริษัทใกล้เคียงเดิม


ส่วนแนวโน้มการเติบโตในอนาคต บล.เคทีบีเอสที ระบุถึงว่า ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 6.38 พันล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุน  คือ 1. สินเชื่อที่จะขยายตัว 8% จากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รวมทั้งประเมินว่าการระบาดของ Covid-19 รอบใหม่จะหนุนให้เกิดการใช้จ่ายออนไลน์ และการใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น และ 2. ค่าใช้จ่ายสำรองที่ลดลง คิดเป็น credit cost ที่ต่ำเพียง 628 bps จากระดับสำรองที่สูง และเพียงพอ 


นอกจากนี้ยังประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2565 จะขยายตัวต่อเนื่องที่ 7.43 พันล้านบาท เติบโต 16% จากปีนี้จากสินเชื่อที่จะขยายตัว 8% ตามการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่ครบวงจรมากขึ้น หลังเข้าซื้อ KTBL รวมทั้งโอกาสในการปล่อยสินเชื่อ Digital ภายหลังที่ได้รับใบอนุญาต e-Moneyในช่วงที่ผ่านมา และต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำที่ 2.6% ตาม credit rating ที่ดีขึ้น และ credit cost ที่ต่ำเพียง 502 bps โดยฝ่ายวิจัยแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 90.00 บาท 

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
News Highlight
“สตีเบล เอลทรอน” กางกลยุทธ์ต่อยอดการเติบโตสู่ผู้นำ “Lifestyle Water Solutions” ส่ง “X-Series” เครื่องทำน้ำอุ่นซีรีส์เรือธงรับเทรนด์เวลเนสลิฟวิ่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
พูลอุดม ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain ยกระดับวัตถุดิบอาหารสัตว์–โลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ รับทิศทางการค้าโลก
Updated 14 hours ago
Fund Move
Webull เดินหน้าขยายการเติบโตในไทย หลังเข้าถือหุ้น Pi Securities ตั้งเป้า AUM แตะ 2.0 แสนล้านบาท
Updated 1 day ago
Banking
เปิดเทรนด์ Payment Technology จาก Cashless สู่ Intelligent Payment ขับเคลื่อนการเงินไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
Updated 1 day ago
Insurance
กรุงเทพประกันชีวิต จัดงานสัมมนาใหญ่รวมพลังสุดยอดนักขาย Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026 เร่งขยายและสร้างทีมแข็งแกร่ง
Updated 1 day ago
Follow Us