TNL คาดรายได้ปี 67 โตกว่าปี 66 ปรับโครงสร้างภายในลุย 3 ธุรกิจใหม่ ทุ่มงบ 2-3 พันลบ. รองรับการขยายธุรกิจ
TNL คาดรายได้ปี 2567 โตกว่าปี 2566 หลังปรับโครงสร้างบริษัทรุก 3 ธุรกิจใหม่ธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกัน-ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์-ธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เตรียมทุ่มงบลงทุนปีหน้ากว่า 2-3 พันล้านบาท รองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจบริหารหนี้เป็นหลัก
นาย นันทวัฒน์ สุรวัติเสถียร หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายงานการเงิน บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL เปิดเผยว่า รายได้ในปี 2567 จะเติบโตดีกว่าปี 2566 เนื่องจากบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการขยายไปยัง 3 ธุรกิจใหม่
ประกอบไปด้วยธุรกิจให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่มีหลักประกัน, ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC) และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในปีดังกล่าวจะมีการรับรู้รายได้เต็มปี ส่วนธุรกิจเดิมหรือธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มคาดการณ์ว่าจะยังคงรักษารายได้ใกล้เคียงเดิม
โดยธุรกิจของทั้ง 3 ธุรกิจใหม่ ได้เริ่มมีการรับรายได้บางส่วนในปี 2566 ซึ่งทิศทางในปีหน้าธุรกิจให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่มีหลักประกันปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 5.19 พันล้านบาท โดยที่ไม่มีลูกหนี้ที่เป็น NPL และคาดว่ายังมีโอกาสเติบได้ต่อเนื่อง
เช่นเดียวกันกับธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC) ที่สถาบันการเงินมีโอกาสที่จะขายหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้จะขายออกมามูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ทำให้บริษัทมีโอกาสในการซื้อหนี้เข้าพอร์ตได้เพิ่มเติม จากปัจจุบันมีมูลหนี้ที่บริหารกว่า 1.6 พันล้านบาท
สุดท้ายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ปัจจุบันได้มีการร่วมทุนกันกับบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE จำนวน 8 โครงการ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ที่ 50% คาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2571
ทั้งนี้ในปี 2567 บริษัทได้วางงบลงทุนได้ราว 2-3 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจใหม่ อาทิธุรกิจให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่มีหลักประกัน, ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC) ที่มีความต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูง ส่วนเเผนการซื้อกิจการและการร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจใหม่นั้น บริษัทไม่ได้ปิดโอกาสหากมีธุรกิจที่น่าสนใจ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะยังไม่เห็นในเร็วๆนี้
