วิเคราะห์! ศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่ไต้หวัน พรรคดีพีพี หรือ พรรคกั๋วหมินตั่ง ใครจะเข้าวิน? แล้วอุตสาหกรรมไหนจะได้ประโยชน์
ไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในสมรภูมิศึกเลือกตั้ง ซึ่งเสมือนว่าจะเป็นช่วงจังหวะชี้ชะตาอนาคตของประเทศ จากทั้งสองพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงจากผลโพลที่สูสีกัน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดหนึ่งประเทศในอีกฝั่งประเทศของภูมิภาคเอเชีย อย่างไต้หวันก็กำลังเปิดศึกสมรภูมิการเลือกตั้งกันอย่างดุเดือดที่เป็นการขับเขี่ยวกันระหว่างสองพรรคการเมืองอย่าง พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) กับพรรคกั๋วหมินตั่ง หรือ KMT
คำถามคือ แล้วการเลือกตั้งของไต้หวันเกี่ยวอะไรกับตลาดหุ้นไทย คำตอบง่ายที่สุดก็คือ จะมีผลในด้านของการลงทุน การเคลื่อนย้ายฐานทุนการผลิตอย่างแน่นอนหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ
อย่างที่รู้กันดีว่า พรรค DPP กับพรรค KMT นั้นมีนโยบายหาเสียงที่แสดงจุดยืนกันคนละฟากฝั่ง
โดยพรรค KMT ยังคงยืนยันถึงจุดยืนในการรักษาสันติภาพในช่องแคบด้วยการประนีประนอมกับจีน ขณะที่ฝั่งพรรค DPP มีจุดยืนก็คือการสนับสนุนให้ไต้หวันแยกออกจากจีน
สำหรับรายละเอียดของคำถามที่ว่า หากฝ่ายไหนเป็นผู้ชนะแล้วไทยจะได้ประโยชน์อย่างไร
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า หากพรรค DPP ชนะการเลือกตั้งในศึกครั้งนี้ จะทำให้ความสัมพันธ์ไต้หวัน-จีนมีทิศทางแยกห่างกันเพิ่มขึ้น
ดังนั้นเองจะทำให้นักลงทุนย้ายเงินลงทุนไปยังประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง Geopolitical risk อาทิ ประเทศไทย จึงทำให้มองว่าหุ้นที่จะได้รับผลบวกในครั้งนี้คือสองหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA
โดยความเห็นและมุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า ผลโพลล่าสุดก่อนวันเลือกตั้งพบว่า
พรรค DPP มีคะแนนเสียงนำอยู่เป็นอันดับที่หนึ่ง ซึ่งถือเป็นแรงสนับสนุนต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ผ่านการย้ายฐานการผลิต เพื่อลดผลกระทบความขัดแย้งทางการเมือง
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า หากผลการเลือกตั้งที่ไต้หวันมีพรรค DPP เป็นฝ่ายชนะจะสร้างความกังวลให้กับตลาดจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศที่จะเร่งตัวขึ้นระหว่าง ไต้หวัน-จีน-สหรัฐฯ
แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้ว เราในฐานะนักลงทุนยังคงต้องติดตามรอผลการเลือกตั้งของไต้หวันกันอย่างใกล้เพราะว่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ไม่มากก็น้อย
