Official Update :

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากำลังโดดเด่น เมื่อค่า Ft พุ่ง- ต้นทุนก๊าซจะลดลง

เมื่อไม่นานมานี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มีมติเห็นชอบค่า Ft สำหรับเรียกเก็บงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.67 ที่ 39.72 สตางค์/หน่วยตามสูตรการคำนวณ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้ามาอยู่ 4.18 บาท/หน่วย ซึ่งถือเป็นระดับที่สูง ขณะที่ราคาก๊าซนักวิเคราะห์มองว่ามีแนวโน้มลดลงในปีนี้และจะค่อยๆ กลับสู่ระดับปกติ นับเป็นแรงหนุนอัตรากำไรของกลุ่มอีกด้วย


ในมุมมองนักวิเคราะห์บริษัท ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวก คลายความกังวลโรงไฟฟ้า SPP ต้องแบกรับภาระต้นทุนในส่วนของลูกค้าอุตสาหกรรม


ทั้งนี้การประกาศค่าไฟฟ้างวดดังกล่าวเป็นไปในกรอบที่กระทรวงพลังงานแจ้ง ครม. ที่ 4.15-4.20 บาท/หน่วย แม้ลดลงจากอัตราเดิมที่ 4.68 บาท/หน่วย แต่เป็นการปรับโครงสร้างต้นทุนใหม่ (ปรับประมาณการราคา spot LNG, ปรับราคาก๊าซธรรมชาติจากโรงแยกก๊าซ, เงิน shortfall จาก ปตท., เลื่อนจ่ายหนี้ กฟผ.)


ทำให้ต้นทุนโรงไฟฟ้า SPP ปรับลดลงไปด้วย คลายความกังวลจากความเสี่ยงหากไม่สามารถหาหน่วยงานอื่นมาแบกรับภาระต้นทุนแทน


ดังนั้นประเมินมีโอกาสเห็นหุ้น rebound หลังที่ผ่านมาราคาปรับลงจากความกังวลดังกล่าว ทั้งนี้หุ้นที่คาดว่ามีโอกาส rebound สูงจากผลกระทบที่ได้รับเรียงจากมากไปน้อยของหุ้นที่ cover อยู่คือ GPSC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท, BGRIM แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35 บาท และ GULF แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท


ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เชื่อว่า Spark Spread (ส่วนต่างระหว่างค่าไฟฟ้าเทียบกับราคาก๊าซต่อ kWh) จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 67 เป็นต้นไป เนื่องจากคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนการนำเข้าที่ลดลงและการผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณที่เพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 67 เป็นต้นไป


นอกจากนี้คาดว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงอยู่ที่ 4.10 บาท/kWh ต่อไปอีก 2 ปี เพิ่มขึ้นจากสมมติฐานเดิมที่ 3.99 บาท/kWh ซึ่ง BGRIM และ GPSC จะรับอานิสงส์โดยตรงจาก spark spread ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีสัดส่วนโรงไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) มาก เพิ่มราคาเป้าหมายแต่ละหุ้นขึ้น 0.4-0.9% เพื่อสะท้อนสมมติฐานอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น


ทั้งนี้ได้อัพเกรดหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าเป็นมุมมองบวกจากเท่าตลาด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแตะระดับสูงสุดแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงด้านนโยบายเริ่มจำกัด คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงในปีนี้และจะค่อยๆ กลับสู่ระดับปกติ (ระดับก่อนปี 2565) ซึ่งจะช่วยพิ่มอัตรากำไรของผู้ผลิตไฟฟ้าในปี 67-68 เลือก GPSC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม เนื่องจากกำไรมีศักยภาพในการฟื้นตัวมากที่สุดในกลุ่ม และราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจ


โดย GULF แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 56.50 บาท GPSC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 58 บาท, BGRIM แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 27 บาท, CKP แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท และBCPG แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11.70 บาท


Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 12 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 6 hours ago
Stock of the Day
SC วางหมากโค้งสุดท้าย ต่อยอด Live and Learn Home ส่งโปรดักต์ใหม่หนุน Q4/69 พีคสุดของปี ลุ้นปิดขาย 19 โครงการมูลค่ากว่า 2.56 หมื่นลบ.
Updated 7 hours ago
Follow Us