คุยกับ KWM เรื่องกัญชา ธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่เพ้อฝัน
กัญชง – กัญชา เป็นพืชที่ถูกจับตามากที่สุดในเวลานี้ แม้อดีตของทั้ง 2 อาจดูเหมือนเป็นสิ่งเสพติด แต่เมื่อเวลาผ่านไปด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าทำให้รู้ว่าเจ้า 2 พืชที่เคยเป็น “ราชาแห่งควัน” กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาล ทำให้หลายธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสนใจและมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่ และด้วยกระแสที่รุนแรงถาโถมทำให้ใครก็ตามที่เพียงพูดว่าอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา ราคาหุ้นดีดดิ้นวิ่งไม่หยุด
และ บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เป็นหนึ่งในผู้ที่ประกาศตัวจะลงสนามในธุรกิจกัญชาเช่นกันและส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงโดยทันที ท่ามกลางคำถามที่ติดกลางใจใครหลายคน เพราะถ้าเราย้อนกลับไป จะพบว่า KWM เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรางการเกษตร อย่างใบผาล ของรถไถ ทำไมถึงอยากมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจกัญชา จึงถึงเวลาที่ต้องเจาะหัวใจ KWM กับโอกาสที่เขาค้นพบในกัญชา และการเปลี่ยนผ่านธุรกิจในครั้งนี้จะใช่คำตอบหรือเปล่า.....
KWM กับคำถามทำไมถึงสนใจกัญชา
บรรณาธิการ WEALTHY THAI ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ยอมรับกับเราว่า ในช่วงแรกที่บริษัทประกาศว่าจะเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชา หรือ กัญชง มีความไม่เข้าใจจากนักลงทุนและสอบถามมายังบริษัทจำนวนมาก ว่าทำไมเราถึงสนใจเข้าไป และเราชี้แจงกับนักลงทุนว่า ในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของบริษัท
“ในช่วงแรกยอมรับว่ามีคำถามเข้ามาที่บริษัทพอสมควร ว่า ทำไมเราถึงเข้าไปในธุรกิจด้านกัญชา ทั้งที่ก่อนหน้าเราผลิตใบผาล แต่จริงๆแล้วต้องมองว่าเราอยู่ในธุรกิจด้านเครื่องจักร เคมีและนวัตกรรม ที่ผ่านมาเรามีนวัตกรรมจำนวนมากที่จะนำมาใช้ และการผลิตเครื่องสกัดกัญชาหรือกัญชงก็อยู่ในขอบเขตของความเชี่ยวชาญของเรา สำหรับเราแล้วจึงไม่ใช่เรื่องใหม่”
กัญชง หรือ กัญชานั้นมีความน่าสนใจและจะเติบโตอย่างมากในอนาคต โดยเฉพาะในด้านสันทนาการซึ่งในต่างประเทศให้การยอมรับและเปิดกว้าง แต่ในประเทศไทยอาจต้องใช้เวลาและการกำหนดมาตรการทางกฎหมายหรือกำหนดโซนนิ่งที่ชัดเจน
ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านกัญชงและกัญชา ที่เราให้ความสนใจ คือ ธุรกิจกลางน้ำในด้านการสกัดและควบคุมการผลิต เหตุเพราะว่าเป็นกลุ่มที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ผู้เล่นมีน้อยราย ซึ่งในตลาดส่วนใหญ่จะให้ความสนใจในธุรกิจปลายน้ำที่จะนำกัญชง หรือ กัญชา ไปใช้ในการผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า การที่ KWM ให้ความสนใจในธุรกิจกลางน้ำช่วยให้บริษัทไม่ลิมิตอยู่ในธุรกิจด้านใดด้านหนึ่ง สามารถร่วมมือกับบริษัทในอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากกว่า
โดยรูปแบบของธุรกิจที่ KWM จะเข้าไปดำเนินการ คือ การให้บริการในด้านโซลูชั่นกับผู้ที่ต้องการดำเนินธุรกิจด้านกัญชง และกัญชา ทั้งการวางระบบของการปลูก และการผลิตเพื่อให้ได้รับยีล หลังจากการสกัดออกมาแล้วเป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งจะเป็นในลักษณะของสัญญาให้บริการมากกว่าที่จะขายเครื่องสกัดเย็นเป็นลักษณะขายขาด ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถดูแลลูกค้าได้ใกล้ชิดมากกว่า และช่วยสร้างรายได้ประจำให้กับบริษัทด้วย
อย่างไรก็ตามสำหรับสัดส่วนรายได้ในธุรกิจด้านการสกัดกัญชง และกัญชา น่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยน่าจะเริ่มจากกัญชงก่อน ส่วนกัญชาจะมีสัดส่วนที่เพิ่มเข้ามาในอนาคต ทั้งนี้แม้จะมีสัดส่วนรายได้จากกัญชงเพิ่มขึ้นแต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจเดิมในการจัดจำหน่ายเครื่องจักรทางการเกษตร แต่ในอนาคตระยะยาว เราคาดหวังว่าจะมีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งจะไม่ลิมิตแค่เพียงการสกัดกัญชง หรือ กัญชา เท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการสกัดพืชตัวอื่นๆด้วย
ส่วนในธุรกิจเดิมอยางการจำหน่ายใบผาล ภายใต้แบรนด์ “Pegasus” ยังช่วยสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างมาก โดยได้รับผลดีจากความต้องการใช้อุปกรณ์ของภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันคูโบต้า ซึ่งถือว่าเป็นคู่ค้าคนสำคัญของบริษัทมีแผนในการเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงได้รับผลบวกจากราคาเหล็กซึ่งถือว่าเป็นวัตถุดิบหลักราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้คู่ค้าหลายรายต้องการที่จะซื้อสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงของราคาสินค้าที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งส่งผลบวกกับยอดขายของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาขยายตัวได้ดี บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าภาพรวมผลประกอบการปี 2564 มีแนวโน้มอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้อยู่ที่ 355.06 ล้านบาท
ซึ่งเเบ่งเป็นการเติบโตของยอดขายสินค้าทั้ง 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วยสินค้าการเกษตรที่ผลิตให้กับกลุ่มบริษัทการเกษตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้แบรนด์ “ตราช้าง” คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 80% ของรายได้รวม รวมถึงสินค้าภายใต้แบรนด์ “Pegasus” ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเองที่ผลิตอุปกรณ์การเกษตร เช่น ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 20% ของรายได้รวม ส่วนความเสี่ยงเรื่องราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นนั้น บริษัทได้ปิดความเสี่ยงไปในราคาขายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว
