VGI อ่วม! เจอพิษ KEX-JMART ฉุดผลงานไตรมาส 3 ปี 66/67 พลิกขาดทุนหนัก 3,339 ล้านบาท
VGI ไตรมาส 3 ปี 2566/67 พลิกขาดทุนสุทธิ 3,339 ล้านบาท หลังแบกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 2,947 ล้านบาท จากการด้อยค่าเงินลงทุนใน KEX, JMART และ “แอดซ์ เจ้าพระยา” บอร์ดงดจ่ายปันผลระหว่างกาล
นางจิตเกษม หมู่มิ่ง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI รายงานว่า ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566/67 สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 3,339 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท ทำให้ภาพรวม 9 เดือนปี 2566/67 มีผลขาดทุนสุทธิ 3,539 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 195 ล้านบาท
โดยในไตรมาสนี้มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 2,947 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน KEX, JMART และบริษัท แอดซ์ เจ้าพระยา จำกัด
ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมจำนวน 266 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งขาดทุน 94 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565/66 ซึ่งการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนนี้ มีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนของ KEX และส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก JMART ดังนั้นทำให้ไตรมาสนี้มีผลขาดทุนสุทธิตามที่กล่าวมาข้างต้น
สำหรับในไตรมาส 3 ปี 2566/67 มีรายได้จากการให้บริการและการขาย 1,331 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ที่ลดลงของ Fanslink ที่บันทึกภายใต้ธุรกิจการจัดจำหน่าย แต่รายได้จากสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนและธุรกิจบริการด้านดิจิทัล รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ภายใต้ TURTLE แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแรงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ทั้งนี้ธุรกิจสื่อโฆษณามีรายได้ 610 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้สื่อโฆษณาในอาคารสำนักงาน และอื่น ๆ ลดลงถึง 57.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่การลดลงนี้ถูกชดเชยด้วยรายได้สื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนที่เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราการใช้สื่อโฆษณาอยู่ที่ 56.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 57.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนธุรกิจบริการด้านดิจิทัลมีรายได้ 426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล ที่บริหารจัดการโดย RCash และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสื่อโฆษณาออนไลน์
ด้านธุรกิจการจัดจำหน่ายมีรายได้ 295 ล้านบาท ลดลง 22.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ของ Fanslink โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเองที่มีอัตรากำไรสูง ได้แก่ Pando EZ Home และ WANAA
แต่การลดลงดังกล่าว ถูกชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจค้าปลีกภายใต้ TURTLE โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 TURTLE ประสบความสำเร็จในการขยายสาขาร้าน Turtle บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจำนวนทั้งหมด 20 สาขา เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 3 สาขาในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านรายได้อื่นอยู่ที่ 102 ล้านบาท ลดลง 64.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ ได้แก่ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ได้มีการบันทึกในไตรมาส 3 ปี 2565/66
นางจิตเกษม กล่าวอีกว่า ในไตรมาส 3 ปี 2566/67 VGI ได้เผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย จากการลดลงของผลการดำเนินงานในบริษัทร่วม ที่ไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ
โดยรายการดังกล่าว มีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งส่งผลกระทบในเชิงลบเป็นอย่างมากต่อผลการดำเนินงานในภาพรวมของบริษัทตลอดทั้งปี 2566/67 นอกจากนี้ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน (ทางบัญชี) ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อกำไรสะสม ทำให้บริษัทฯ ทำการระงับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
ดังนั้นเมื่อมองไปในอนาคต VGI ตระหนักถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และได้ดำเนินการเชิงกลยุทธ์เพื่อทำให้ผลการดำเนินงานดียิ่งขึ้น โดยเชื่อว่าช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้แนวโน้มกำไรจะมีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้สถานะทางเงินสดของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยรองรับการฟื้นตัวของบริษัทได้เป็นอย่างดีในอนาคตอันใกล้นี้
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 8 hours ago
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
