SCB หุ้นแบงก์ปันผลแรง! ปี 67-68 แจกผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง

นาทีนี้คงไม่มีหุ้นปันผลตัวไหนมาแรงแซงโค้งเท่ากับ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) แล้ว เพราะล่าสุดบริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับปี 2566 อีก 7.84 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (Dividend Payout) ถึง 80% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้


อีกทั้งเมื่อรวมกับปันผลช่วงก่อนหน้าที่จ่ายไปแล้ว 2.50 บาท จะทำให้ปันผลรวมทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 10.34 บาท นับเป็นระดับที่สูงมาก ดังนั้นในสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จึงอยากพานักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มการจ่ายปันผลในปี 2567-2568 รวมถึงทิศทางการเติบโตของ SCB ว่าจะเป็นอย่างไร


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าในปี 2567 SCB จะจ่ายปันผลที่ระดับ 6.78 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 6.5% และ ปี 2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลที่ 7.15 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.8%


ส่วนทิศทางการเติบโตในปี 2567 คาดกำไรจะอยู่ที่ 46,037 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากปีก่อน หนุนจาก 1. การขยายตัวของสินเชื่อที่คาดจะเด่นกว่าธนาคารใหญ่รายอื่น หลังตั้งเป้าขยายสินเชื่อใหม่ทั้งในกลุ่มบริษัทใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแรง และกลุ่มสินเชื่อ Consumer Finance ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะธุรกิจจำนำทะเบียนรถของ AutoX ตั้งเป้าขยายสินเชื่อใหม่ราว 47% จากปีก่อน หลังเร่งเปิดสาขาจำนวนมากในปีที่ผ่านมา


และ 2. การตั้งสำรองที่คาดจะปรับตัวลงตามเป้าหมายของบริษัทที่จะลด Credit Cost จาก 1.8% ในปี 2566 ให้ต่ำลงโดยฝ่ายวิเคราะห์คาด Credit Cost ของ SCB จะลดลงมาเหลือ 1.7% หลังไม่มีการตั้งสำรองสำหรับ CardX มากเหมือนในปี 2566 และบริษัทยังสามารถบริหารจัดการลูกหนี้ในพอร์ตได้ดี


อย่างไรก็ตามปีนี้ยังมีความเสี่ยงในเรื่องทิศทางของ NIM ที่คาดจะเริ่มปรับตัวลง หลังดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วที่ 2.5% แต่ต้นทุนเงินฝากยังคงปรับขึ้นเรื่อยๆ จากการ Repricing ของเงินฝากประจำ อีกทั้งบริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อเร่งขยายสินเชื่อในกลุ่ม Consumer Finance ในปี 2567


นอกจากนี้ยังมีเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ของ CardX ที่ต้องติดตามผลของการปรับขึ้นอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% แต่ผู้บริหารคาดผลกระทบจริงจะค่อนข้างจำกัด เพราะมีสัดส่วนของลูกหนี้ผ่อนชำระขั้นต่ำเพียง 7-8% ของพอร์ต


ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ยังชอบ SCB ในฐานะธนาคารที่มีความชัดเจนของแผนที่จะเพิ่ม ROE ในระยะยาว จากการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งในปีนี้เข้าสู่ Phase 2 ของแผนเติบโตของยานแม่ SCBX ที่จะเน้นเรื่องการขยายธุรกิจและการเพิ่ม Synergy ระหว่างกลุ่มมากขึ้น จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 128 บาท


ทั้งนี้ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน SCB มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 373,748.91 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 8.59 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.พ. 67) โดยราคาหุ้นวันที่ 21 ก.พ. 67 อยู่ที่ 111 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.72% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 9.32%


Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 1 day ago
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 15 hours ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 8 hours ago
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Updated 1 day ago
Follow Us