Official Update :

บทสรุปปี 66 หุ้นกลุ่ม “ซีพี” CPF-TRUE ขาดทุนหนัก!

กลุ่มซีพี มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ค้าปลีกและค้าส่ง รวมถึงโทรคมนาคม จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมผลประกอบการปี 2566 ของหุ้นในกลุ่มซีพีอย่าง CPALL, CPAXT, CPF และ TRUE มาฝากนักลงทุน


เริ่มกันที่ CPALL ในรอบปี 2566 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 9.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปี 2565 มีกำไรสุทธิ 18,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% จากปีก่อน เนื่องจากการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมทั้งธุรกิจโลตัสส์ ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ได้มีการบันทึกส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมและการร่วมค้าตามวิธีส่วนได้เสีย 746 ล้านบาท และมีต้นทุนทางการเงินลดลง


ต่อกันที่ CPAXT ในปี 2566 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 4.89 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ยืม


แต่หากไม่รวมรายการตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 99 ล้านบาท (สุทธิจากภาษีเงินได้) และรายการขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจค้าส่งในประเทศจีนจำนวน 38 ล้านบาท กำไรสุทธิสำหรับปีจะเป็นจำนวน 8,777 ล้านบาท หรือเติบโต 14% จากปีก่อน


ทางด้าน CPF ปี 2566 หนักพอสมควร โดยรายงานผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 5,207 ล้านบาท มีรายได้จากการขายจำนวน 585,844 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากปีก่อน มีกำไรขั้นต้น 61,201 ล้านบาท ลดลง 25% จากปีก่อน


ด้วยปัจจัยหลักจากการที่ราคาสุกรที่ปรับลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 15% จากปี 2565 ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของราคาในประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะราคาในประเทศไทยที่ลดลงจากปีก่อนประมาณ 31% จากการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ (ผิดกฎหมาย) จึงทำให้ราคาขายสุกรภายในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง


ประกอบกับต้นทุนการผลิต รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายพลังงานที่สูงขึ้น อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่มีผลกระทบทำให้กำลังซื้อในประเทศต่างๆ ไม่ดีขึ้นส่งผลให้ไม่สามารถปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้


สุดท้ายอีกหนึ่งบริษัทที่มีผลขาดทุนเช่นกัน คือ TRUE ในปี 2566 มีรายได้รวมภายหลังจากการจัดประเภทรายการใหม่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาท ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนไตรมาส 4/2566 มีรายได้รวมภายหลังจากการจัดประเภทรายการใหม่ที่ 52,348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุมาจากรายได้จากการให้บริการและจากการขายที่เติบโต


ทั้งนี้ปี 2566 บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท เป็น 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนไตรมาส 4/2566 รายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทเป็น 11,279 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบเชิงลบจากผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว 10,899 ล้านบาท


ส่องแนวโน้มการเติบโต

แต่ในแง่ของแนวโน้มผลประกอบการปี 2567 โดยเริ่มกันที่ CPALL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 80 บาท โดยคงประมาณการกำไรปี 67 ที่ 2.06 หมื่นล้านบาท โต 11% ส่วนแนวโน้มไตรมาส 1/67 เติบโตดี จากเทศกาลตรุษจีน โครงการ easy e-receipt ที่เป็นปัจจัยบวกต่อ CPAXT ทำให้หนุนผลการดำเนินงานของบริษัทต่อเนื่อง


CPAXT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 36 บาท โดยคงประมาณการกำไรปี 67 ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท โต 20% ส่วนแนวโน้มไตรมาส 1/67 ยังคงเป็น high season ของกลุ่ม commerce ประกอบกับทั้งสองธุรกิจจะได้แรงหนุนจากเทศกาลตรุษจีน รวมถึงมองได้รับอานิสงส์บวกจากโครงการ Easy E-receipt ในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส ทำให้คาดเห็น SSSG ที่เป็นบวกต่อเนื่อง ขณะที่ GPM ยังทรงตัวได้


ขณะที่ CPF นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงประมาณการกำไรปกติปี 2567 จะพลิกกลับมามีกำไรที่ 6,183 ล้านบาท คงราคาเหมาะสมปี 2567 ที่ 24.00 บาท และคงคาแนะนำ “ซื้อ” แนะนำทยอยสะสมในช่วงที่ราคาหุ้นย่อตัว สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2567


สุดท้าย TRUE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 7.7 บาท มอง “บวกเล็กน้อย” ต่อข้อมูลที่ได้จากการประชุมหลักๆ มาจากการเปิดเผยแนวโน้มการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษที่คาดจะไม่สูงเหมือนปี 66 แล้ว ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการตั้งด้อยค่าปี 67-68 จะไม่รุนแรงเท่าปี 66


โดยยังคงมุมมองผลการดำเนินงานปี 67 ค่อยๆฟื้นตัว เพราะยังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง ซึ่งตามแผนของ TRUE คาดจะเสร็จในปี 68 ดังนั้น จึงคงคาดขาดทุนสุทธิปี 67 ที่ 5.27 พันล้านบาท ไปก่อน ดีขึ้นกว่าปี 66 ที่ขาดทุน 1.57 หมื่นล้านบาท


Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 16 hours ago
Follow Us