3 หุ้นใหญ่โรงไฟฟ้าติดปีก! ค่าไฟฟ้ายังทรงตัวสูง หนุนกำไรเพิ่ม สวนทางต้นทุนก๊าซลดลงเร็วกว่าคาด
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสำนักงาน กกพ. ได้นำเสนอผลการคำนวณค่าไฟฟ้าและข้อเสนอทางเลือกการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด พ.ค. -ส.ค. จำนวน 3 กรณี
แต่นักวิเคราะห์มองทางเลือก ค่าไฟฟ้าที่ 4.18 บาท/หน่วย มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด คาดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP เพราะค่าฟ้ายังอยู่ระดับเดิม สวนทางต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงเร็วกว่าคาด
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 มี.ค.) นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้มีการนำเสนอผลการคำนวณค่าไฟฟ้าและข้อเสนอทางเลือกการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด พ.ค. -ส.ค. จำนวน 3 กรณีคือ
1. ให้มีการจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้กับ กฟผ. ทั้งหมดจำนวน 1 แสนล้านบาท ภายในงวดเดียว ซึ่งจะส่งผลให้ค่า Ft เพิ่มขึ้น 125.52 สตางค์/หน่วย (ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 5.44 บาท/หน่วย)
2.ให้ทยอยจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้กับ กฟผ. ภายใน 4 งวด ซึ่งจะส่งผลให้ค่า Ft เพิ่มขึ้น 16.00 สตางค์/หน่วย (ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.34 บาท/หน่วย) และ 3. ให้ทยอยจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้กับ กฟผ. ภายใน 7 งวด ซึ่งจะส่งผลให้ค่า Ft เท่ากับงวด ม.ค. -เม.ย. (ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย)
ขั้นตอนต่อไป กกพ. จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ระหว่างวันที่ 8-22 มี.ค. 2567 จากนั้นจะมีการประกาศใช้ต่อไป โดยคาดจะมีความชัดเจนภายในช่วงต้นเดือน เม.ย. เบื้องต้นคาดทางเลือกที่ 3 (ค่าไฟฟ้าที่ 4.18 บาท/หน่วย) มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดเนื่องจาก
1.ราคาไฟฟ้าของภาคประชาชน โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงจะเท่ากับงวดก่อน ทำให้ไม่มีการเพิ่มภาระให้กับประชาชน
2. กฟผ. มีโอกาสได้รับคืนต้นทุนคงค้างบางส่วน (ช่วยลดภาระทางการเงินของ กฟผ.) และ 3. สอดคล้องกับความเห็นของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ต้องการตรึงราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้สูงกว่าระดับ 4.18 บาท/หน่วย
ทั้งนี้ ในกรณีที่ภาครัฐเห็นชอบการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด พ.ค. -ส.ค. ที่ 4.18 บาท/หน่วย มองว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP (GPSC, BGRIM, GULF) เนื่องจากค่าไฟฟ้าจะทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับงวดปัจจุบัน
ขณะที่ สมมติฐานต้นทุน Pool Gas ของ กกพ. สำหรับงวด พ.ค. -ส.ค. อยู่ที่ราว 322 บาท/ล้านบีทียู ต่ำกว่างวดปัจจุบันและใกล้เคียงกับกรอบล่างของ Guidance ค่าเฉลี่ยปี 2567 ของบริษัทในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ระดับ 320-350 บาท/ล้านบีทียู แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับตัวลงของต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีโอกาสเร็วกว่าคาด
ทำให้ประมาณการกำไรปีนี้มี Upside จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ GPSC ที่ราคาเหมาะสม 57.00 บาท/หุ้น และ GULF ที่ราคาเหมาะสม 52.75 บาท/หุ้น รวมถึงคงคำแนะนำ “TRADING” สำหรับ BGRIM ที่ราคาเหมาะสม 29.25 บาท/หุ้น นอกจากนี้หุ้นที่มีการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตสินค้า (เช่น CBG, OSP, BGC) ก็มีโอกาสที่จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวเช่นกัน
Most Viewed
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 1 day ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 1 day ago
Insurance
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต คว้าโล่เกียรติคุณ “องค์กรส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ” ปี 2569 ต่อเนื่องปีที่ 6
Updated 1 day ago
Wealth EZ
รู้จัก “พันธบัตรทองคำ” ตราสารหนี้อิงราคาทอง ทางเลือกออมเงินสุดเก๋า ที่ได้ทั้งดอกเบี้ยและลุ้นราคา
Updated 19 hours ago
Follow Us
News Update
