สรุป! สารจาก ซีอีโอ TIDLOR ถึงผู้ถือหุ้น 6 หมื่นราย ประจำปี 66 ยืนยันแม้มี “อุปสรรค” แต่ผลงานเติบโต

บทบาทของผู้คุมบังเหียนถือว่ามีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางของธุรกิจในทิศทางอนาคต และเป็นตัวแทนของบริษัทในการสื่อสารให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในหลายๆภาคส่วน


ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็หยิบยกข่าวสารจากบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ที่ได้ “คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นคนกลางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นโดยตรง


แต่จะมีสาระสำคัญใดบ้าง เราจะมาสรุปให้ผู้อ่านและผู้ถือหุ้นได้เข้าใจกัน ซึ่งใจความสำคัญได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการเข้าถึงบริการทางการเงินและผลกระทบในมุมมองของบริษัท


“คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์” ได้กล่าวว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นในการช่วยให้ประชากรกลุ่มฐานรากของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ พร้อมกับใช้ความเข้าใจในข้อจำกัดของลูกค้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า


แม้ว่าจะมี “อุปสรรค” อย่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อทะเบียนรถของประเทศไทยที่ 24% ต่อปี ซึ่งในแง่ของผู้กู้หลายๆคนอาจจะได้พูดว่าเป็นการ “ขูดเลือดขูดเนื้อ” และเป็นระดับที่ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกยากลำบากกับอัตราดอกเบี้ยในระดับดังกล่าว แต่บริษัทก็สามารถทำให้ลูกค้ายอมรับข้อตกลงดังกล่าว


ด้วยการทุ่มเทศึกษาเกี่ยวกับสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์และสังเกตการณ์พฤติกรรมของลูกค้าอย่างละเอียด จนมีเข้าใจถึงและแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการชำระหนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ถูกเมื่อเทียบกับกู้ยืมจากแหล่งเงินนอกระบบ เงื่อนไขการกู้ยืม การติดตามทวงถามหนี้ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง เป็นต้น


โดยในปีที่ผ่านมา “ติดล้อ” สามารถช่วยลูกค้าที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงินจำนวน 78,359 คน ให้มีประวัติที่ดีกับเครดิตบูโร (NCB) ได้ และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงประกันได้เพิ่มขึ้น จากการให้ผ่อนประกันด้วยเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ซึ่งจากผลสำรวจช่วยให้ลูกค้า 3 ใน 5 คน สามารถซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจได้เป็นครั้งแรก


ภายใต้พันธกิจการให้ความสำคัญทางด้านสังคม ด้วย “ปัญหาหนี้นอกระบบ” ที่เป็นหนึ่งในปัญหาต่อประเทศ “คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์” ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพร้อมส่วนในการสนับสนุนความคิดนี้ โดยริเริ่มฝึกอบรมพนักงานสาขาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าหรือบุคคลทั่วไปที่ติดหนี้นอกระบบในการลงทะเบียนเข้าสู่โครงการของรัฐ


พร้อมกับแชร์วิชั่นส่วนตัว ถึงหลักการในการลดปัญหาหนี้นอกระบบและส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน ประกอบไป “ผู้ให้สินเชื่อที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องสามารถแข่งขันกับเจ้าหนี้นอกระบบได้” ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มเพดานอัตราดอกเบี้ยและลดความซับซ้อนด้านกฎระเบียบเพื่อแลกกับการปฏิบัติตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคที่สูงขึ้น


ตามมาด้วย “โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล” ด้วยในปัจจุบันเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ยังไม่เกิดขึ้นนั้น หากถูกสนับสนุนและผลักดันโดยภาครัฐ จะช่วยให้ลดต้นทุนในการบริการแก่ผู้ประกอบการและส่งต่อสินเชื่อที่ถูกลงไปยังผู้กู้ได้ ซึ่งสุดท้ายเชื่อว่าจะสามารถลดบทบาทของหนี้นอกระบบได้ด้วยเช่นกัน


และการลงทุนให้ประชากรมีความรู้ทางการเงินมากขึ้น ในมุมของ “คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์” มองว่าวิธีแก้ปัญหาเงินกู้นอกระบบบางส่วนคือการให้ความรู้ทางการเงินและการศึกษา ซึ่งไม่ควรอยู่เพียงแค่คนใดคนหนึ่งและช่วงอายุใดอายุหนึ่ง แต่ควรจะเริ่มตั้งแต่ระดับโรงเรียน มัธยม มหาวิทยาลัย และในช่วงต้นของการประกอบอาชีพ


สำหรับส่วนที่ 2 ก็คือผลการดำเนินงานของ “ติดล้อ” ในปี 2566 ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารยังคงสามารถสร้างการเติบโตในธุรกิจของเงินติดล้อได้ โดยมียอดสินเชื่อขยายตัวได้ถึง 1.62 หมื่นล้านบาท และจำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 1.44 แสนราย ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังเติบโตที่สุดก็คือ “กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์”


อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผลการดำเนินงานมีทิศทางที่ดี การบริหารจัดการต้นทุนและปรับปรุงสาขาเพื่อให้ลูกค้ามีมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ จึงสามารถที่จะเพิ่มยอดสินเชื่อเป็นเฉลี่ย 58 บาทต่อสาขา และจำนวนลูกค้าเฉลี่ย 793 รายต่อสาขา ซึ่งในปี 2566 บริษัทจบปีด้วยจำนวนสาขาที่ 1,678 สาขา


และไม่เพียงแต่การพัฒนาสาขาเท่านั้น “ติดล้อ” ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและปรับปรุงนโยบายการอนุมัติสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ที่ยืดหยุ่นที่มากขึ้น รวมถึงการทำธุรกิจในมิติใหม่ๆอย่างธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ผ่านบริษัท สมใจ 2559 จำกัด


ในปี 2567 “คุณหนุ่ม ปิยะศักดิ์” ได้ฉายภาพการวางแผนมีความยากลำบากกว่าปีก่อน ด้วยสถานการณ์ต่างๆที่ยังคาดเดาได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภาวะอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงหรือจะสูงขึ้นไปอีกนานแค่ไหน


แต่หนึ่งสิ่งที่บอกได้ ก็คือผลกระทบของรถยนต์ไฟฟ้าและสถานการณ์สินเชื่อตึงตัวจะยังเป็นสิ่งที่กระทบกับผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะสั้น จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการวางแผนและใช้ความรัดกุมเพื่อรับมือและหลีกเลี่ยงกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด


ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงแสวงหาโอกาสในการเติบโต ด้วยแหล่งเงินทุนทางด้านการเงิน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายทางเทคโนโลยีลดลง รวมไปถึงสร้างแพลตฟอร์มให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงาน


"สำหรับท่านผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนที่สนใจสามารถอ่านจดหมายผู้ถือหุ้นTIDLOR ประจำปี 2566 ได้ที่เว็บไซต์ http://www.tidlorinvestor.com เยี่ยมชมข้อมูลเงินติดล้อเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tidlor.com และ Facebook เงินติดล้อ"