PTT โดน บล.ธนชาต แนะ “ขาย” พร้อมปรับลดกำไรปี 67-69 ลง เหตุนโยบายรัฐ-โรงงาน EV เลื่อน
ด้วยนโยบายของภาครัฐบาลที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้ขับเคลื่อนภาคส่วนในหลายๆ อย่างให้มีการฟื้นตัวและปรับตัวดีขึ้น แต่คงไม่ใช่สำหรับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยล่าสุด นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้คําแนะนํา “ขาย” PTT และปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 29 บาท เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจากการคํานวณราคา gas pool ใหม่ (เรียกว่าราคา single gas pool) และค่าบริการสถานี LNG ที่ลดลง โดยธุรกิจก๊าซของ PTT มีความเสี่ยงด้านนโยบายมากขึ้น หลังจากบังคับใช้ราคา single gas pool ซึ่งทําให้อัตรากําไรของ PTT ลดลงแล้วรัฐบาลก็กําลังมองหาปัจจัยด้านต้นทุนอื่นๆ ด้วย
โดยล่าสุด นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้คําแนะนํา “ขาย” PTT และปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 29 บาท เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจากการคํานวณราคา gas pool ใหม่ (เรียกว่าราคา single gas pool) และค่าบริการสถานี LNG ที่ลดลง โดยธุรกิจก๊าซของ PTT มีความเสี่ยงด้านนโยบายมากขึ้น หลังจากบังคับใช้ราคา single gas pool ซึ่งทําให้อัตรากําไรของ PTT ลดลงแล้วรัฐบาลก็กําลังมองหาปัจจัยด้านต้นทุนอื่นๆ ด้วย
ขณะเดียวกันคาดว่าแนวโน้มกําไรจะอ่อนแอ โดย EPS จะเติบโตเฉลี่ยที่ -3% ในปี 2023-26 แม้ว่าราคาสปอต JKM LNG จะลดลงอย่างมากแล้วก็ตาม รวมไปถึงโรงงานประกอบของธุรกิจ EV ถูกเลื่อนออกไป ส่งผลให้ได้ส่วนแบ่งกําไรล่าช้าออกไป และมูลค่าหุ้นไม่น่าสนใจ
สำหรับปัจจัยความเสี่ยงด้านนโยบาย เนื่องจากรัฐบาลมองหาวิธีที่จะรักษาราคาค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับตํ่า จึงทําให้เกิดความเสี่ยงด้านนโยบายสําหรับทั้งผู้ผลิตไฟฟ้า SPP และ PTT ซึ่งเป็นผู้จําหน่ายก๊าซ โครงสร้างราคาก๊าซของ PTT ประกอบด้วย 1) ราคา pool gas 2) ค่าท่อส่ง 3) ค่าธรรมเนียมการจัดหาและการตลาด (S&M) และ 5) ค่าบริการสถานี LNG นําเข้า รัฐบาลได้เปลี่ยนโครงสร้างราคาpool gas เป็น single pool price ซึ่งส่งผลให้โรงแยกก๊าซของ PTT มีกําไรลดลง
โดยคาดว่าความเสี่ยงด้านนโยบายเพิ่มเติมจะอยู่ที่ค่าธรรมเนียม S&M สําหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ปัจจุบันค่าธรรมเนียมไว้ที่ 11.48 บาท/mmbtu จึงคาดว่ากําไรของ PTT จะลดลง 360 ล้านบาท หรือ 0.4% สําหรับการลดลงของค่าธรรมเนียม S&M ทุกๆ 1 บาท/mmbtu
ทั้งนี้ ปรับลดประมาณการกําไรของ PTT ลง 7/4/6% ในปี 2567 - 2569 เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบของราคา single gas pool ที่ลดลง และดังนั้นอัตรากําไรของ GSP จึงลดลง และค่าบริการสถานี LNG ที่ลดลง คาดว่าผลกระทบต่อราคา gas pool อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท หรือ 11% ของกําไรของ PTT
โดยอิงจากราคาสปอต JKM ที่ 10 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ/mmbtu และผลกระทบต่อค่าบริการสถานี LNG ที่ 500 ล้านบาท หรือ 0.7% ขณะที่การปรับราคา single gas pool จะเป็นผลมาจากความเสี่ยงด้านนโยบาย และเชื่อว่าการปรับลดค่าบริการสถานีเมื่อเดือนที่แล้วเป็นไปตามการปรับตามกําหนดการ 5 ปี
นอกจากนี้ PTT ภายใต้การร่วมทุน 60:40% กับ Hon Hai Precision (หรือ Foxconn Technology Group), Horizon Plus, ได้เลื่อนวันเริ่มดําเนินงานโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ จากปี 2567 เป็นปี 2568 เนื่องจากไม่สามารถตกลงเงื่อนไขการค้ากับลูกค้าได้ เรายังไม่รวมธุรกิจนี้ในประมาณการของเรา เนื่องจากต้องการภาพแนวโน้มธุรกิจที่ชัดเจนกว่านี้
Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
Updated 1 day ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 12 hours ago
Follow Us
News Update
