สำรวจหุ้นไทยไตรมาส 2/67 ไปต่อ หรือ พอแค่นี้
ไตรมาสแรกของปี 2567 ตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นภูมิภาค ความเคลื่อนไหวของดัชนียังคงตามหลังตลาดหุ้นอื่นๆ อย่างไรก็ดีในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ได้เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นเดือนแรกของไตรมาส 2/67 ตลาดหุ้นไทยเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวของดัชนี ให้นักลงทุนได้ชุ่มชื่นหัวใจกันบ้าง
แต่การฟื้นตัวในครั้งนี้ จะเป็นจังหวะและโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ให้แก่นักลงทุนได้หรือไม่ ทางเราได้ทำการรวบรวมมุมมองการลงทุนจากนักวิเคราะห์ต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2/67 พร้อมกับถอดกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นรายตัว มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุน
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2/67 จะเริ่มฟื้นตัว จากปัจจัยภายนอกและภายใน โดยปัจจัยภายนอกการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด จะกดดันให้ Dollar Index และบอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯอ่อนตัวลง ทำให้กระแสเงินชะลอการไหลออกและมีโอกาสพลิกกลับ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีน ซึ่งมีโอกาสหนุนยอดส่งออกและภาคการท่องเที่ยวของไทย
ส่วนปัจจัยในประเทศ จะได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 โดยรอบนี้มีการเบิกจ่ายต่อเดือนสูงเป็น 2 เท่าของรอบการเบิกจ่ายปกติ 2.การปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการและเอกชนจะหนุนการบริโภคในประเทศ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.
โดยคาดว่าจะหนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม Yield Play เช่น โรงไฟฟ้า, ไฟแนนซ์, สื่อสาร, อสังหาริมทรัพย์, และ REIT กลับมาเคลื่อนไหว Outperform ตลาดได้ อย่างไรก็ดีหุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ในไตรมาส 2/67 คือ BE8, BJC, GULF, OSP, SAV, THCOM และ YGG
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว จากเศรษฐกิจโลกที่ดีกว่าคาดและนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ปัจจัยภายในจะได้แรงหนุนจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ มาตรการคุมเข้มการขายชอร์ตและโปรแกรมเทรด, การปรับครม. และเงินบาทแข็งค่า ซึ่งหากเป็นไปตามสมมุติฐานคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นถึง 1,500 จุด ภายในสิ้นไตรมาส 2/67
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนโฟกัสหุ้นที่ผลประกอบการทำจุดต่ำสุดแล้วและได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย โดยเห็นโอกาสในการเข้าชื่อหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแรง ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน และได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวขอวงจรการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการเบิกจ่ายงบประมาณ หุ้นเด่นได้แก่ AOT, GFPT, GULF, KCE และ SCGP
สุดท้ายนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในระยะสั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปแตะ 1,440 จุด เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่จะ “ปลดล็อก ” Valuation ของตลาดที่ต่ำมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย การกระตุ้นภาคบริโภคในประเทศผ่านงบประมาณใช้จ่ายปี 67, การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะกลับมาอีกครั้ง และการลดดอกเบี้ยของธปท. ภายในการประชุมเดือน มิ.ย.
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหรือหุ้นที่น่าสนใจ คือ 3 กลุ่มหุ้นที่จะ Outperform ตลาดช่วง 3 เดือนข้างหน้า ประกอบไปด้วย 1.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกลับมา แนะนำ กลุ่มรับเหมา -วัสดุก่อสร้าง -สนามบิน อย่าง CK, STEC, DOHOME, GLOBAL, AOT, BA 2.การบริโภคเร่งตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและดิจิทัลวอลเลต แนะนำกลุ่มค้าปลีก CPALL, MOSHI, CPN และ 3. การลดดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์ที่อ่อนตัวลง แนะนำ Micro Finance อย่าง TIDLOR, SAK

