ส่องอนาคต 3หุ้น ส่งออกอาหาร ราคาจะไปต่อหรือไม่ เมื่อกำไรยังโต

เมื่อสภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ยังไม่หายไปจากโลกนี้การส่งออกอาหาร หรือการบริโภคอาหารจากที่บ้านจึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่มีด้วยส่วนผสมของ “กัญชง” ที่ต่างประเทศเริ่มจะใส่เป็นส่วนผสมแล้ว ขณะที่ตลาดในไทยยังคงตั้งหน้าตั้งรอ

เมื่อกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารกำลังเป็นที่สนใจและอยู่ในสายตาของนักลงทุนหลังจากที่ในแต่ละบริษัทก็มีผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นโปรดักส์สินค้าของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเอ่ยถึงการก้าวข้ามผ่านครั้งสำคัญของการที่จะนำพืชกัญชง กัญชาเข้ามาอยู่ในส่วนผสมของสินค้าในแต่ละประเภทที่แต่ละบริษัทมีนั้นจึงถือเป็นการสร้างมูลเพิ่มให้กับผลินภัณฑ์นั้น


ขณะเดียวกันสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชง และกัญชาไม่ได้เพียงแค่การปลดล็อกในประเทศไทยแล้วนั้น ยังเป็นที่ต้องการของต่างชาติที่เดิมทีมีต้นทุนและให้ความสนใจ รวมถึงชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อยู่แล้วจึงถือเป็นการช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้สินค้านั้นขายดี และได้รับการนิยมจากต่างชาติมากยิ่งขึ้นอีก


โดยหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมปรุงรสที่เกี่ยวข้องกับอาหาร และเกี่ยวข้องกับการมุ่งพัฒนาสินค้าธีมกัญชงในตลาดหุ้นไทยที่น่าจับตามอง ได้แก่ บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ซึ่งผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร (Food Ingredients) ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยจะได้รับอานิสงส์ในจุดนี้


เช่นเดียวกับ XO หรือ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหาร เช่น ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ และซอสต่างๆ ที่ให้ความสนใจ และพร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจไปยังซอสที่มีส่วนผสมของกัญชง รวมถึงบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ที่รุกกิจการเข้าซื้อกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจกัญชงอยู่แล้ว


ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (18 พ.ค. 64 )ในกลุ่มส่งออกอาหารต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาหุ้นของ NRF ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น โดยปิดตลาดที่ราคา 9.05 บาท เพิ่มขึ้น 13.84% ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 305 ล้านบาท โดยราคาหุ้นตอบรับข่าวดีของผลประกอบการที่รายได้และกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก


โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กำไรปกติไตรมาสส 1/64 ดีกว่าคาด และคือจุดต่ำสุดของปี โดยกำไรดีกว่าคาดมาจากยอดขาย Plant-based ในสินค้า Konjac ที่ดีกว่าคาด และการรวมงบการเงินกับ Prime Labs หลังซื้อมาในเดือนก.พ. มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าภาพรวมบริษัท


ขณะผลกระทบตู้คอนเทนเนอร์ขาดในไตรมาส 1/64 เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นไตรมาส 2/64 และคาดกลับไปสู่ระดับที่จัดการได้ภายในไตรมาส 3/64 ทำให้บริษัทยังมั่นใจคงเป้ายอดขาย Ethnic food (82% ของยอดขาย) โตสูง 50% จากปีก่อน จากทั้งออเดอร์ที่ยังเติบโต 2 หลัก และได้เพิ่มช่องทางขายผ่าน Distributors ใหม่กว่า 20 เจ้าทั้งเอเชีย, ยุโรป และ สหรัฐฯ


สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/64 ได้ลงทุนใน 3 บริษัท ได้แก่ 1.SOL Trading ทำอาหารเสริมคอลลาเจนขายบน Amazon 2.Koncious Food ทำ Plant-based อาหารทะเล และ 3.Wicked ทำ Plant-based ครบวงจร โดยคาดจะเป็น Upside บนกำไรราว 5-10% และเกิด Synergy เพิ่มเติมอาทิเช่น กับบริษัท Wicked จะมีการตั้ง JV กันเพิ่ม เพื่อทำแบรนด์ Plant-based ร่วมกัน และ Wicked จะย้ายการผลิตทั้งหมดมาอยู่กับ NRF จากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า เป็นต้น อีกทั้งยังมีดีล M&A อีกอย่างน้อย 2-3 ดีลรอการเจรจา คาดเข้ามาหนุนกำไรต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 64


ทั้งนี้ จะเห็นพัฒนาการเชิงบวกของโรงงาน Plant & Bean ที่อังกฤษ ดีขึ้น ทุกไตรมาสตลอดช่วงที่เหลือของปี ตั้งแต่ ไตรมาส  2/64 จะมีการย้ายการผลิตมาโรงงานใหม่ทั้งหมด ลดการขาดทุนจาก Fixed cost ที่แบกอยู่ลงอย่างมีนัยยะ ซึ่งในไตรมาส 3/64 เปิดดำเนินงานได้เต็มรูปแบบ พร้อมมีกำไรได้ในไตรมาส 4/64 ด้วยออเดอร์จากลูกค้าชั้นนำของโลกอย่าง Unilever, Nesley และ Quorn อีกทั้งมีแผนขยายโรงงาน Plant-based เพิ่มเติม ทั้งในจีนช่วงไตรมาส 1/65 และในไทย ไตรมาส 2/65 ซึ่งจะเป็น Growth driver สำคัญให้บริษัทในปี 65-66 ต่อไป


ดังนั้น การที่จะมีกำไรส่วนเพิ่มจากดีล M&A ที่จะเข้ามาหนุนตลอดทั้งปี อีกทั้งคาดจะเห็นโรงงาน Plant-based ที่ UK มีโมเมนตั้มกำไรที่ดี QoQ ต่อเนื่องทุกไตรมาส และเป็น Growth driver สำคัญในปี 65-66 จึงมองราคาหุ้นควรกลับไปเทรดไม่ต่ำกว่า PEG 1 เท่าอีกครั้ง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11 บาท


ขณะที่ RBF วานนี้ราคาหุ้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่แพ้เพื่อนๆในกลุ่ม โดยปิดตลาดที่ราคา 18.60 บาท เพิ่มขึ้น 3.91% โดย RBF เป็นอีกหนึ่งในผู้ที่ประกอบธุรกิจแต่งสีแต่งกลิ่นอาหารที่ได้รับปัจจัยบวกจากการบริโภคที่ฟื้นตัว ส่วนผลประกอบการงวดไตรมาส 1/64 แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงเพราะมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ประเภทโรงแรม


โดยบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด มองว่า จะเห็นกำไรสุทธิเติบโตตลอดปีหลังจากการย้ายการลงทุนจากธุรกิจโรงแรมในช่วงไตรมาส 2/64  และเริ่มรับรู้รายได้จากสารสกัดเทอร์ปีน การย้ายออกจากธุรกิจโรงแรมคาดจะปลดภาระกำไรสุทธิตั้งแต่ไตรมาส 3 คาดจะเห็นได้ชัดเจน และคาดจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจกัญชงในช่วงไตรมาส 4 และคาดจะเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรดี โดยเราประเมินรายได้จากกัญชงที่ 600 ล้านบาท 1,400 ล้านบาท และ 1,600 ล้านบาท ในช่วงปี 64 -66  ยึดจากราคากลาง (ASP) ที่ 2 แสนบาทต่อกิโลกรัม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 21.75 บาท


ส่วน หุ้น XO ในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่าราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นแรงมาก เนื่องจากมีสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศที่มากพอสมควร ซึ่งได้รับผลดีจากการ Work from home เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาหารที่บ้าน จึงทำให้ยอดขายโตขึ้นอย่างชัดเจน

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
Updated 6 hours ago
Follow Us