เปิดโผหุ้นได้-เสียประโยชน์ รับนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ

ในวันที่ 22 เม.ย. 67 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทย ได้เปิดเผยถึงของขวัญสำหรับผู้ใช้แรงงาน เนื่องในวันแรงงานที่กำลังจะถึงนี้ ว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน ซึ่งของขวัญชิ้นสำคัญและถูกจับตามองจากหลายฝ่าย คือ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 400 บาท ซึ่งจะผ่านคณะกรรมการไตรภาคี และดำเนินการเร็วขึ้นจากแผนที่วางไว้


ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีมุมมองที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์ และหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศมาฝาก


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลาง ประเมินว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท อาจยังต้องใช้เวลาพิจารณา เนื่องจากต้องผ่านมติของคณะกรรมการไตรภาคี และผ่านประชุมที่ ครม. ก่อนที่จะประกาศบังคับใช้


ทั้งนี้ หากค่าแรงขั้นต่ำใหม่ขึ้นเป็น 400 บาท ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าหุ้นที่ได้ผลกระทบเชิงบวกมากสุดจะเป็นกลุ่ม Finance ขณะที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบมากสุดจะเป็นกลุ่ม Labor Intensive โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง


สำหรับหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากมีสัดส่วนค่าแรงโดยตรงและค่าแรง subcontract รวมสูงถึง 50% ทั้งนี้หากมีการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 400 บาท จะสูงขึ้นราว 14% จากกรอบปัจจุบันที่ 330-370 บาท


โดยประเมินเบื้องต้นค่าแรงที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะกระทบกำไร STEC มากสุดราว 20% ขณะที่ CK, PYLON, และ SEAFCO จะกระทบใกล้เคียงกันที่ 8-12% อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผลกระทบมีโอกาสน้อยกว่าคาด เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มรับเหมาดังกล่าวส่วนใหญ่จ่ายค่าแรงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำทั่วไป


นอกจากนี้สำหรับ CK สัดส่วนงาน 60% เป็นงานก่อสร้างที่ลาว ขณะที่ PYLON และ SEAFCO งานส่วนใหญ่เป็นงานระยะสั้น ส่วนกลุ่มรับเหมา คงน้ำหนัก “เท่ากับตลาด” และ Top pick ได้แก่ CK (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 27 บาท)


2.กลุ่ม Agri & Food เนื่องจากมีสัดส่วนค่าแรง 5-10% ของต้นทุนรวม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลกระทบจะถูกชดเชยบางส่วนจากการปรับราคาขายขึ้น รวมถึงบริษัทเหล่านี้มีการทยอยปรับปรุงประสิทธิภาพไลน์การผลิตและขยายระบบ automation


ด้านหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงบวก คือ กลุ่ม Finance โดยฝ่ายวิเคราะห์มองบวกเล็กน้อย จากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้มากขึ้น หนุนให้ NPL ลดลง โดยค่าแรงที่สูงขึ้นประมาณ 30-70 บาท คิดเป็น 3-7% ของค่างวดของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ (คาดค่างวดประมาณ 1,000 บาท อิงวงเงินสินเชื่อ 20,000 บาท อายุสัญญา 2 ปี)


ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าลูกหนี้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มหาบเร่ และมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่เป็นฐานลูกหนี้ค่าแรงขั้นต่ำ คาด MTC ได้ผลบวกเนื่องจากมีลูกหนี้จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์มากคิดเป็น 31% ของสินเชื่อรวม คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม Fundamental research team “เท่ากับตลาด” และ Top pick เป็น MTC ราคาเป้าหมาย 52 บาท


Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us