Official Update :

ส่อง 5 หุ้น ฟาดเคราะห์สงครามตะวันออกกลาง ราคาร่วงแรง...แต่พื้นฐานยังโดดเด่น

ตามที่นักลงทุนได้ติดตามข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น จะทราบดีว่าหลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีระหว่างอิสราเอล-อิหร่านในวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็ได้ส่งผลให้ตลาดทุนหลายประเทศรวมถึงตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ด้วยความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อตลาด


โดยได้ส่งผลให้ราคาหุ้นรายบริษัทหลายๆตัวได้ปรับตัวลดลงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งก็อาจจะถือเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีสำหรับคนที่อยากจะเข้าสะสมหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้า แต่จะมีหุ้นรายตัวใดบ้างที่น่าสนใจและเป็นจังหวะให้ลงทุนในวันนี้ทางเราก็รวบรวมให้ได้ชมกัน


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะเปราะบาง จากกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้เดิม ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


โดยหนึ่งในธีมหลักที่น่าสนใจและแนะนำ สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรสำหรับหุ้นที่ราคาปรับลงแรงเกินไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โจมตีระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน แต่พื้นฐานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง เลือก GPSC, GULF, SPRC, CRC และ MTC


สำหรับพื้นฐานหุ้นรายตัว GPSC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ผลประกอบการช่วงที่เหลือของปีฟื้นตัวจากค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น, รับรู้กำลังผลิตใหม่, ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น คาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2567 จะอยู่ที่ 5,349 ล้านบาท เติบโต 44%


ขณะที่ระยะยาวมีการเติบโตตามการขยายธุรกิจเครือ PTT, รับรู้ประโยชน์จากการลงทุนในอินเดีย, การขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นได้สะท้อนการฟื้นตัวของกำไรระยะสั้นไปบ้างแล้ว ทำให้อัพไซด์เหลือไม่มาก จึงให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 57 บาท โดยรอจังหวะเพิ่มน้ำหนักลงทุนเมื่ออัพไซด์เปิดกว้าง


ด้าน GULF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่ากำไรไตรมาส 2/67 มีโอกาสกลับมาทำนิวไฮได้อีกครั้งจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลง รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 3 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าหินกองหน่วยที่ 1แบบเต็มไตรมาส ซึ่งคาดกำไรทั้งปี 67 ที่ 18,107 ล้านบาท เติบโต 21% ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 52.75 บาท


ต่อมา SPRC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดการณ์กําไรไตรมาส 2/67 อ่อนตัว ตามทิศทางค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับตัวลดลง หลังผ่านพ้นช่วงฤดูกาลฤดูหนาวและโรงกลั่นหลายแห่งเริ่มทยอยกลับมาเดินเครื่องใหม่อีกครั้ง ขณะที่กําไรปี 2567 จะอยู่ที่ 4,277 พันล้านบาท พลิกมีกำไรจากปีก่อน จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวและต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลง ทั้งนี้ แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 10.90 บาท


ถัดมา CRC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรปี 2567 ที่  8,775 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 10% จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศตามการท่องเที่ยวและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ รวมถึงคาดการฟื้นตัวในเวียดนามที่เริ่มเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังปี 2567 ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48 บาท


สุดท้าย MTC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 13% ตามการเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองที่ลดลง ทั้งปี 2567 คาดกำไรสุทธิที่ 5,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ได้แรงหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50 บาท


Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 11 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 5 hours ago
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
Updated 10 hours ago
Follow Us