Official Update :

จับตา Sell in May โบรกฯ ชี้กระทบ SET ไม่รุนแรง แนะสะสมหุ้นค้าปลีก-อาหาร-การแพทย์

ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี มักจะเหตุการณ์อย่าง Sell in May ที่นักลงทุนไทยพูดถึงมากที่สุด เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับแรงขายอย่างรุนแรง บนสมมุติฐานที่ว่าเกิดจากนักลงทุนต่างชาติขายทำกำไรหลังหุ้นประกาศจ่ายเงินปันผล ซึ่งในปีนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดเราจะพาไปดูมุมมองจากนักวิเคราะห์กัน


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมอง ตลาดหุ้นไทยมักเผชิญกับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงพ.ค จึงทำให้เกิดเป็นเหตุการณ์ Sell in May อยู่ทุกปี โดยจากสถิติย้อนหลัง 10 ปี ไม่นับปี COVID-19 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเฉลี่ย -0.7% ในเดือนพ.ค. ซึ่งมักมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากในช่วงเดือนพ.ค. ของทุกปีมักเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นเพื่อนำเงินกลับประเทศหลังได้รับสิทธิปันผล


โดยในปี 2567 คาดว่ามีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นหรืออาจจะขึ้นแต่ผลกระทบไม่รุนแรงเหมือนในอดีต ซึ่งหากเกิดขึ้นก็ถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนกลับเข้าเก็บหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงไปก่อนหน้านี้ หรือหุ้นที่ถูกขายจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลาง


ทั้งนี้ ประเมินการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ระหว่างเดือน จะพบว่าตลาดหุ้นมักปรับตัวลงในช่วงต้น – กลางเดือนก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมา เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำรอหาจังหวะเข้าซื้อระหว่างเดือน โดยกลุ่มที่เด่นในเชิงสถิติได้แก่ ค้าปลีก (+0.2%) อาหารเครื่องดื่ม (+1.4%) และการแพทย์ (+1.6%) ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันพอดี เนื่องจากล้วนเป็นกลุ่มที่ทนทานต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หุ้นแนะนำ CPALL, BJC, ICHI, SAPPE, OSP, CBG, COCOCO, BDMS และ BH