Official Update :

ส่องผลงานไตรมาส 2/67 ของ 7 บริษัทกลุ่มปตท.

กลุ่มปตท. ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่นักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่จะถึงเวลาประกาศตัวเลขของผลประกอบการทั้งรายไตรมาสและประจำปี ซึ่งในช่วงนี้ก็ได้เข้าสู่ฤดูรายงานตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 1/67


โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ก็อาจจะพอทราบตัวเลขได้บ้างแล้ว จากคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงอยากจะนำมุมมองในอนาคตอย่างไตรมาส 2/67 มานำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจหรือกำลังมองหาโอกาสการลงทุน


เริ่มกันที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรไตรมาส 2/67 ลดลงจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า จากธุรกิจก๊าซฯ ที่อัตรากำไรของ GSP ลดลง หลังนโยบายปรับโครงสร้างก๊าซฯบังคับใช้ (ต้นทุนก๊าซฯ เพิ่ม) และรับภาระย้อนหลังของไตรมาส 1/67 ด้วย


ทั้งนี้ ปรับลดกำไรปี 2567 ลงเล็กน้อย 0.2% เป็น 100,317 ล้านบาท ลดลง 3%  สะท้อนการปรับค่าบริการก๊าซฯ (ค่า S) และปรับกำไรของบริษัทลูก อย่างไรก็ดี แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 38.50 บาท เนื่องจากมีปัจจัยกดดันที่จะทยอยเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนรับรู้ผลกระทบ single pool มาในไตรมาส 2/67 และความเสี่ยงถูกเรียกคืนคำ shortfall อีก 4,700 ล้านบาท


ถัดมา บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรไตรมาส 2/67 จะเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ และราคาขายสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ดังนั้น แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 172 บาท โดยในระยะสั้นจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันแพงช่วงความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย


ขณะที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 จะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกัน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ด้วยอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปในที่ขยายตัวต่อเนื่อง , ปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น และค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 45 บาท


ต่อมา บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 3,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 50% จากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน 45% จากซัพพลายที่ตึงตัวน้อยลงหลังโรงกลั่นบางส่วนกลับมาจากปิดซ่อม และมีซัพพลายใหม่เข้ามามาก อย่างไรก็ดี คงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 78 บาท เนื่องจากเป็นหุ้นโรงกลั่นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุนการเติบโตในระยะยาวจากโครงการ CFP


ขณะที่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดผลประกอบการไตรมาส 2/67 จะขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อหน้า จากอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่ลดลงและค่าการกลั่นตลาดรวม (market GIM) ที่ลดลง และส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ลดลง จากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอในระยะสั้นจึงยังไม่เห็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น ดังนั้น แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.20 บาท


ถัดมาเป็นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 2,500 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกัน 2%, ลดลงจากไตรมาสก่อน 27% โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจ Lifestyle ตามปริมาณขาย จะเข้ามาชดเชยกับกำไรของ Mobility ที่ปริมาณขายน้ำมันที่ลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ แนะนำ “เก็งกำไร”  ราคาเป้าหมาย 21.50 บาท


สุดท้าย บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน เนื่องจากราคาก๊าซและถ่านหินที่ลดลงเร็วกว่าค่าไฟ และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ตามราคาก๊าซที่ลดลง ดังนั้น แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 65 บาท ด้วยแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/67 ที่ดีและโอกาสการลงทุนใหม่จากแผน PDP ใหม่ ที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น