Official Update :

ถือ AP มา 1 เดือน ติดลบ 12% โบรกฯ แนะ “ถือต่อ” แม้อัพไซด์จำกัด แต่ปันผลยังสูง

แม้ว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะได้รับยาแรงทั้งการลดค่าจดจำนอง ค่าโอน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมไปถึงโครงการบ้านสำหัรบผู้มีรายได้น้อยจากนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็ย่อมได้รับประโยชน์จากมาตรการบางอย่างด้วยเช่นกัน


แต่จากข่าวดีดังกล่าว ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์กลับไม่ได้ตอบรับมากนัก โดยเฉพาะบริษัทรายยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ที่ราคาหุ้นกลับไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก และยิ่งเผชิญกับช่วงของการประกาศตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 1/67 และขึ้นเครื่องหมาย XD นั้น


พบว่า ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมานับตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2567 ถึง 9 พฤษภาคม 2567 มีการปรับตัวลดลงกว่า 12.39% มาอยู่ที่ระดับ 9.55 บาท ซึ่งจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมานักลงทุนก็อาจจะตั้งข้อสงสัยขึ้นว่าจะเป็นโอกาสให้ลงทุนได้หรือไม่นั้น ทางเราจะพาไปหาคำตอบกัน


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่ประกาศเมื่อเร็วๆนี้ เป็นตัวกระตุ้นความเชื่อมั่นเชิงบวกเป็นหลัก มากกว่าที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนกำลังซื้อระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง


โดยเราตระหนักถึงข้อกังวลของผู้บริหารเกี่ยวกับภาพรวมในวงกว้าง รวมถึงการแข่งขันบ้านเดี่ยวที่เข้มข้นขึ้น ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารอย่างต่อเนื่องซึ่งนำไปสู่อัตราการปฏิเสธที่สูง และความกังวลเกี่ยวกับเป้าหมายของบริษัทที่หายไป ดังนั้น แนะนำ "ถือเพื่อเงินปันผล" โดยให้ผลตอบแทนสูงถึง 6.5% ราคาเหมาะสมที่ 12 บาท


สำหรับกำไรปี 2567 คาดการณ์จะอยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท ลดลง 4% ตามยอดขายที่อยู่อาศัยที่ 3.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโครงการที่อยู่อาศัยลดลงมาอยู่ที่ 34.4% จากการเคลียร์โครงการเหลือพร้อมขายและการลดราคา ทั้งนี้ หากบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ อาจมีอัพไซด์อยู่ที่ 10-15% ต่อประมาณการกำไร


เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 11.10 บาท เนื่องจากราคาหุ้นเหลืออัพไซด์จํากัด ภายใต้แนวโน้มของอุปสงค์ที่ยังดูไม่สดใส และยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น


พร้อมกันนี้ ได้ปรับลดประมาณการกําไรสุทธิปี 2567-2568 ลง 15% และ 8% เนื่องจากตามการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ปรับลดส่วนแบ่งรายได้จาก JVs และ ปรับลดประมาณการรายได้ลง ทั้งนี้ 52% ของโครงการ AP มีราคาต่ำกว่า 7ล้านบาท ซึ่งเข้าเกณฑ์ได้สิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมการโอน/จดจํานองเหลือ 0.01% ถึงแม้ว่า 67% ของยอดขายในปี 2567 จะมี backlog รองรับไว้แล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ/ยกเลิกการจองที่เพิ่มขึ้นเป็น 40% จากก่อนหน้านี้ที่ 35%