คัดหุ้นพื้นฐานดี หาจังหวะเก็บ หลบภัยช่วงตลาดผันผวน

ช่วงนี้ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองกลับมากดดันตลาดหุ้นไทยให้ผันผวนอีกครั้ง ส่งผลให้ Fund Flow และมูลค่าซื้อขายชะลอในช่วงสั้นๆ แต่ทุกสถานการณ์มักมีโอกาสการลงทุนที่ซ่อนอยู่ วันนี้ Wealthy Thai จึงมีมุมมองการลงทุนและหุ้นที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝาก


โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ยามปัจจัยการเมืองที่ยังเห็นทิศทางไม่ชัดกดดันตลาดหุ้นผันผวน แนะนำนักลงทุนกลับมาโฟกัสที่พื้นฐานหุ้นในยามที่ราคาย่อตัวลงมา น่าจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ดี เพราะถ้าการเมืองกลับมาอยู่ในภาวะปกติหุ้นพื้นฐานก็ขยับขึ้นได้ดี


แต่ถ้าการเมืองกลับมาร้อนแรงหุ้นพื้นฐานก็ยังมีโอกาสย่อตัวได้น้อยกว่า ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการค้นหาหุ้นที่ทำ DIVERGENCE กับพื้นฐาน คือ เป็นหุ้นที่กำไรงวดไตรมาส 1/67 เติบโตเด่นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า แต่ราคานับตั้งแต่ต้นปี 2567 ยังไม่ขยับขึ้น


ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นหุ้นดังต่อไปนี้ KCE, HANA, AURA, HMPRO, CPN, ERW, BBL, SCGP, KTB, TIDLOR, TOP, OR, CENTEL, ADVANC, AEONTS, OSP, TPIPL, TLI, ITC, KBANK และ TCAP


สำหรับปัจจัยพื้นฐาน Wealthy Thai ขอยกตัวอย่างมานำเสนอให้กับนักลงทุนดังนี้ BBL บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 175 บาท มองว่าการบริหารแบบอนุรักษ์นิยมกว่ากลุ่มฯ ยังเป็นจุดเด่นของ BBL ด้านราคาหุ้นปรับฐานมาพอควร ซึ่งราคาปัจจุบันถือว่าใกล้เคียงกับเดือนส.ค. 65 ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ที่ 0.50% -0.75% ประกอบกับ PBV ซื้อขาย 0.47 เท่า และ DIV YIELD ราว 5.1% ต่อปี ในเชิง VALUATION ไม่แพงแล้ว


ถัดมา TIDLOR บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีมุมองเป็นกลางจากภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ทยอยฟื้นตัว จากลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อจานาทะเบียนรถจักรยานยนต์ฟื้นตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมี loan-loss coverage ratio สูงสุดในกลุ่ม Retail Finance จึงยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท


OR บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.50 บาท หากรับความเสี่ยง overhang regulatory (คุมค่าการตลาด)ได้ มองสามารถซื้อเก็งกำไรจาก 1. ผลกระทบน้ำมันดีเซลยูโร 5 ที่น้อยกว่ากลุ่ม, 2. แรงกดดันเงินกองทุนเชื้อเพลิงฯ (12 พ.ค. 67 ที่ -1.1แสนลบ.) ที่ลดลงหลังรัฐปรับเพดานราคาดีเซลและต้นทุนน้ำมันมีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่น และ 3. ไตรมาส 2/67 อาจมี upside ได้หากบริษัทบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่าคาดอีกครั้ง


ADVANC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประมาณการกำไรทั้งปี 2567 ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท โต 7.7% จากปีก่อน โดยประมาณการมี Upside Risk จากการลดต้นทุนซ้ำซ้อนจากดีล TTTBB ที่ทำได้เร็วกว่าคาด อย่างไรก็ดีเนื่องจากราคาหุ้นยังมี Upside พอสมควรเทียบกับราคาเหมาะสมปัจจุบันของฝ่ายวิเคราะห์ ทำให้คงประมาณการไว้ก่อนและจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งในช่วง Preview ผลประกอบการไตรมาส 2/67 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 245 บาท


OSP บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ชอบหุ้นจากการฟื้นตัวของกำไรครึ่งแรกปี 2567 ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของ market share ของธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนในปีที่ผ่านมาส่งผลบวกต่ออัตรากำไรในปีนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 บาท


สุดท้าย KBANK บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 148 บาท มองว่ารับประโยชน์จากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เอื้อต่อการฟื้นตัวของรายได้ลูกค้าธุรกิจ (รายใหญ่ + SME) ซึ่ง KBANK มีสัดส่วนสินเชื่อกลุ่มนี้มากสุดในกลุ่มฯ ขณะที่แนวโน้ม Credit cost เริ่มอยู่ในการควบคุม หลังไตรมาส 1/67 สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและสมมติฐานฝ่ายวิจัย ด้าน Valuation ไม่แพง และ Div Yield ประมาณ 5% ต่อปี


Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 1 day ago
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 15 hours ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 8 hours ago
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Updated 1 day ago
Follow Us