Official Update :

SCGP เข้าสู่รอบการฟื้นตัว รับเศรษฐกิจจีนฟื้น-ธุรกิจอินโดฯ พลิกบวก คาดทั้งปี 67 ฟันกำไรรวม 6.7 พันลบ. โต 31%

ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นของ SCGP หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลงค่อนข้างมาก จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและความกังวลการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในบริษัท Fajar บริษัทบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย ซึ่งมีผลการดำเนินงานไม่ดีนัก แต่หลังจากนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่าสถานการณ์ของ SCGP จะปรับตัวดีขึ้น จากตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่มีทิศทางเป็นบวก และปริมาณการขาย Packaging Paper ในอินโดนีเซียที่ฟื้นตัว


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า ให้มุมมองว่า ราคาหุ้น SCGP ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาได้ปรับลง 10% หลังเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดจากปริมาณส่งออก Packaging Paper ไปยังจีนไม่ฟื้นตัว แต่ปัจจุบันสถานการณ์รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีนมีทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันปริมาณการนำเข้า Packaging Paper ของจีนฟื้นตัวกลับมาที่ระดับ 8 แสนตัน/เดือน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด รวมถึงราคาและปริมาณขาย Packaging Paper ในอินโดนีเซียมีการฟื้นตัวหลังระดับการบริโภคในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงมีโอกาสสูงที่ผลประกอบการของ Fajar ซึ่ง SCGP ถือหุ้น พลิกทำกำไรในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


ทั้งนี้ ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2567-2568 ขึ้นเป็น 6,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มเป็น 7,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับประมาณการกำไรในปี 67 สะท้อนปริมาณการขายฟื้นตัวตามเศรษฐกิจจีน โดยปรับสมมติฐานปริมาณการขาย Packaging Paper ในปี 67 เป็น 3.8 ล้านตัน จากเดิม 3.5 ล้านตัน และปี 68 เพิ่มเป็น 3.9 ล้านตัน จากเดิม 3.6 ล้านตัน ตามลำดับ และปรับอัตราการทำกำไรขั้นต้นเป็น 18.7% สะท้อนการประหยัดต่อขนาด


โดยคาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/67 และ 4/67 กลับมาเติบโต เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหรือเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจในไทยและในอินโดนีเซีย รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับ 18.0-20.0% ได้ต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับกำไรขั้นต้นในช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 17.8-17.9% จึงปรับประมาณการและปรับ EV/EBITDA ที่ใช้ประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 11.1 เท่า (ค่าเฉลี่ย EV/EBITDA ของหุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในและต่างประเทศ รวมพรีเมียม 4% จาก Yuanta ESG Rating ระดับ AAA) ทำให้มีราคาเหมาะสมใหม่ที่ 41.00 บาทต่อหุ้น มี Upside 18.0% และปรับคำแนะนำ จาก “TRADING” ขึ้นเป็น “ซื้อ”


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองแนวโน้มของผลประกอบการในไตรมาส 2/67 ถือเป็นช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจ SCGP แต่คาดว่ากำไรหลักจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งออกแข็งแกร่งและการเพิ่มขึ้นของราคา dissolving pulp) แต่จะทรงตัวหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากมีเทศกาลหยุดยาวทั้งในไทยและอินโดนีเซีย โดยมีความเป็นได้ที่อาจเห็นกำไรเป็นบวกในระดับ EBITDA ของการดำเนินงาน Fajar ในอินโดนีเซีย


ทั้งนี้ จึงปรับเพิ่มกำไรปี 67-69 ขึ้น 5-6% เพื่อสะท้อนปริมาณการขายธุรกิจ Integrated Packaging Biz สูงขึ้นและราคาขาย Fibrous biz สูงขึ้นด้วย ทำให้การเติบโตกำไรสุทธิอยู่ที่ 21% 20% และ 10% ตามลำดับ จากปัจจัยอุปสงค์ที่ดีขึ้นในทุกธุรกิจและการแข่งขันลดลงโดยเฉพาะในอินโดนีเซีย จึงแนะนำ ซื้อ พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 39 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มของกำไรและโมเมนต้มราคาหุ้นก็น่าจะแข็งแกร่ง