Official Update :

บริษัทใหญ่ในตลาดหุ้นไทย แตกไลน์ลงทุนธุรกิจอะไรบ้าง

ในช่วงที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนออกไปยังกลุ่มธุรกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากธุรกิจหลักแบบเดิม ซึ่งโครงสร้างบริษัทใหญ่ของไทยในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อดัชนี จะเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่แบบ Old Economy หรือธุรกิจดั้งเดิมในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เช่นเหมืองแร่ โรงงาน พลังงาน ธนาคาร ค้าปลีกค้าส่ง โบรกเกอร์ นายหน้า


ดังนั้นเองเมื่อทิศทางของอุตสาหกรรมแบบเดิมอาจจะถึงจุดที่โลกต้องเปลี่ยนวิถีการดำรงอยู่จึงทำให้เหล่าบริษัทใหญ่ที่ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดหนักคงจะต้องเปลี่ยนทิศทางหรือกระจายความเสี่ยงของธุรกิจที่กำลังจะหมดบทบาทหันไปยังธุรกิจที่กำลังมีแววรุ่งโรจน์และได้ไปต่อในอนาคต รวมถึงกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เข้าไปลงทุนนั้นจะช่วยสร้างผลกำไรจากการลงทุนได้อีกด้วย


เรากำลังพูดถึงกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านพลังงาน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT,บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH , บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI และบริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BROOK


เมื่อไม่นานมานี้กลุ่มบริษัทที่กล่าวมา ใส่เงินลงทุนเข้าไปถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจที่แตกต่างจากธุรกิจหลักที่ตนเองทำอย่างสิ้นเชิง โดยในแต่ละบริษัทได้ลงทุนในธุรกิจอะไรบ้างนั้น Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง



PTT

เริ่มกันที่ PTT อย่างที่เรารู้กันว่าคือบริษัทพลังงานและน้ำมันแห่งชาติที่ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งการประกอบธุรกิจหลักของ PTT จัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีบริษัทลูกหลานที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้า นั่นจึงมีความจำเป็นที่ทำให้ PTT เองจะต้องลงทุนหาโอกาสการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ตามกลยุทธ์ที่เรียกว่า New S-Curve


โดยก่อนหน้านี้ทาง PTT ประกาศว่าได้จัดตั้งบริษัทอินโนบิก (เอเชีย) จำกัด ซึ่งเป็นการถือหุ้น 100% ซึ่งเป็นบริษัทที่เรียกได้ว่าจะเข้าไปลงทุนยังกลุ่มธุรกิจใหม่ๆตามวิชั่นของกลุ่มบริษัท ตามกลยุทธ์ New S-Curve:Life Science อาทิ ธุรกิจยา ธุรกิจ Nutrition ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์เป็นต้น ล่าสุดได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชแบบครบวงจร 


ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการจัดตั้งบริษัทใหม่ของ PTT นั้นต้องการที่จะประกอบธุรกิจที่แตกต่างจากธุรกิจเดิมของตัวเองอย่างสิ้นเชิง



GULF

ขณะที่เจ้าพ่อโครงข่ายระบบโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทยอย่าง GULF นอกเหนือจากการเน้นกระจายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าแห่งใหม่หลายประเภทและหลายแห่งแล้ว ก่อนหน้านี้ GULF กระจายแตกไลน์การลงทุนในธุรกิจด้วยการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่นโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และมาตาพุด เฟส 3 รวมถึงระบบขนส่งอย่างมอเตอร์เวย์แล้วนั้น


GULF ยังกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารของประเทศไทยด้วยเข้าลงทุนถือหุ้นในบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ในสัดส่วน 15% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เจ้าของเครือข่ายให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของไทย และอินเทอร์เน็ตบ้าน


ล่าสุด GULF ได้ขอทำเทนเดอร์ของซื้อหุ้น INTUCH ทั้งหมด รวมถึงการจะก้าวเป็นเจ้าของค่ายโทรศัพท์มือถือ AIS และเจ้าของดาวเทียมไทยคมอีกด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนั้นเองจึงแสดงให้เห็นเจตนาของ GULF แล้วว่ามีความต้องการที่จะลงทุนในธุรหิจใหม่เพื่อหาผลตอบแทนให้กับบริษัท และเห็นถึงเทคโนโลยีที่จะเป็นก้าวต่อไปในอนาคตที่ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทย



RATCH

ส่วนทางฝั่งโรงไฟฟ้าอย่าง RATCH ก็เป็นอีกหนึ่งที่มีวิชั่นทางธุรกิจต้องการที่จะกระจายการลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจโรงไฟฟ้า ด้วยการร่วมทุนกับเจ้าพ่อรถไฟฟ้าของไทย เช่น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบิ๊กรับเหมาก่อสร้าง อย่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC เข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง รวมถึงร่วมทุนในโครงการสนามบินอู่ตะเภา


นั่นจึงแสดงให้เห็นแล้วว่า RATCH ได้แตกไลน์ธุรกิจยังกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนอกเหนือจากโครงการรถไฟฟ้าแล้ว RATCH ยังได้มุ่งสู่การลงทุนใน BAFS ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการให้บริการระบบจัดเก็บ และเติมนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยาน และล่าสุดเข้าลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลด้วยการลงทุนในบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC นักลงทุนหลายท่านคงจะพอเห็นภาพกันแล้วใช่มั้ยว่า แต่ละบริษัทแตกไลน์การลงทุนไปยังธุรกิจที่ใช่งานหลักของตัวเองอย่างชัดเจน



SIRI

มาถึงคิวบริษัทผู้พัมนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ คือ SIRI หรือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศการลงทุน 2,000 ล้านบาท สัดส่วน 15% ในบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG เพื่อหวังแตกไลน์ลุยธุรกิจการเงิน สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทฯ หวังใช้ต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ


โดย XPG อยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรที่เชื่อมโลกการเงินปัจจุบันและโลกบริการทางการเงินดิจิทัล หรือ Digital Financial Service มีใบอนุญาตการดำเนินธุรกิจ Digital Financial Service ในด้านบริการซื้อขาย โทเคนดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผ่านบริษัท SE Digital (เอสอี ดิจิทัล) ในฐานะ ICO Portal ที่เสนอขายโทเคนดิจิทัลให้แก่นักลงทุน ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว ทำให้ XPG สามารถเดินหน้าออกโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์เป็นหลักค้ำประกันได้ในอนาคตอันใกล้



BROOK

และสุดท้ายมากันที่ BROOK หรือ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกในตลาดหลักทรัพย์ของไทยที่ประกาศว่าขณะนี้พวกเขาได้เข้าลงทุนในบิทคอยน์(Bitcoin) เป็นจํานวน 122.3158 เหรียญ รวมเป็นมูลค่าลงทุน ประมาณ 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(ประมาณ 200 ล้านบาท) ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทแล้ว


โดยภายใต้แผนการลงทุนดังกล่าว ทางกลุ่มบริษัทอาจเข้าลงทุนได้ถึง 1,500 ล้านบาท หรือ เทียบเท่าประมาณ 48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (มูลค่าเงินลงทุนหลักเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐใช้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) กลยุทธ์ในการลงทุนจะเป็นการกระจายพอร์ตการลงทุนในระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัลหลายประเภท ซึ่งจะรวมถึง แต่ไม่จํากัดเพียง Bitcoin, Ethereum, Binance, Uniswap, Enjin, Filecoin หรือสกุลเงินดิจิทัลในรูปแบบ Stable Coin อื่นๆ



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 11 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 5 hours ago
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
Updated 10 hours ago
Follow Us