3 ธนาคารใหญ่ของไทย กับวันที่ราคาหุ้นต่ำเกินจริง

เมื่อประเทศไทยเริ่มทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 โดยตัวเลขล่าสุดวันที่ 31 ..64 มีจำนวนกว่า 3 ล้านราย ซึ่งภาพรวมตามไทม์ไลน์ของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มทยอยฉีดกันได้มากขึ้น ดังนั้นก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของจริงกันแล้ว ซึ่งเริ่มสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่จะเริ่มทยอยปรับตัวได้ดีขึ้น และมีโอกาสที่สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายๆแห่งอาจจะออกมาปรับเพิ่มประมาณการตัวเลขต่างทางเศรษฐกิจ


สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์และเห็นเด่นชัดมากที่สุด ที่จะได้รับประโยชน์ก่อนใครเพื่อนคือกล่มธุรกิจการเงินและธนาคาร เพราะจะเป็นสัญญาณตัวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มฟื้นแบบจริงจัง โดยนักวิเคราะห์และกูรูส่วนใหญ่ให้คำแนะนำแนวทางการลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคารว่าการลงทุนในหุ้นแบงก์นั้นจะต้องดู “มูลค่าทางบัญชีหรือ P/BV ว่าซื้อขายกันอยู่ที่กี่เท่า และที่ราคาเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับราคา ณ ขณะนั้น


ดังนั้น Wealthy Thai จึงรวบรวมข้อมูลและมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อ 3 แบงก์ใหญ่เอกชนของประเทศไทยมาให้ได้รับทราบกันเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้กับการลงทุน เริ่มกันที่ธนาคารที่มีมูลค่าบริษัทใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย อย่าง SCB หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)


โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” SCB โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 130 บาท โดยมองว่าจะได้รับอานิสงส์จากกลยุทธ์ Digital transformation ที่เริ่มต้นขึ้น ซึ่งคาดว่าต้นทุนสินเชื่อจะลดลงและการควบคุมต้นทุนจะดีขึ้น ทั้งนี้ จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในปีนี้ โดยเห็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเรา (ผลประกอบการไตรมาส 1/64 แตะ 33% ของประมาณการทั้งปี) แต่จะเก็บไว้เป็นบัฟเฟอร์ โดยรอดูการติดเชื้อระลอกที่ 3 จะยืดเยื้อแค่ไหน


โดย Non-NII ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/64 อาจเป็นช่วงสั้น ๆ เนื่องจากธนาคารมีกำไรจากการทำตลาดล่วงหน้าจากการลงทุนในตลาดจำนวน 3.1 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินร่วมลงทุนที่ SCB 10X ซึ่งเป็นบริษัทย่อย สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียม ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจประกัน แต่คาดค่าธรรมเนียมอาจลดลงจากการระบาดของโควิดระลอกใหม่ในเดือนเมษายน


ขณะเดียวกัน ผู้บริหารชี้แนะว่าเงินให้กู้ยืมภายใต้โครงการบรรเทาหนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 19% หรือ 4.29 แสนล้านบาทในไตรมาส 1/64 เทียบกับ 18% ของสินเชื่อรวมหรือ 4.02 แสนล้านบาทในไตรมาส 4/63 มาจากรายย่อย โดย 80% เป็นการกลับเข้ามาใหม่และ 20% เป็นรายใหม่จาก COVID ระลอกที่ 2 ซึ่งธนาคารเห็นความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดย 60% สามารถชำระหนี้ได้แบบขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และ 40% ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น สำหรับการจัดชั้นเงินกู้ในการบรรเทาหนี้ 80-85% จัดอยู่ในขั้นที่ 1 และที่เหลือคือขั้นที่ 2 และ 3


นอกจากนี้เดินหน้ากลยุทธ์ก้าวสู่ดิจิทัลเพื่อควบคุมงบลงทุนในส่วนของบริหาร (opex) โดย SCB ระบุ OPEX ลดลง (-8% YoY ในไตรมาส 1/64) เนื่องจากการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดและได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ก้าวสู่ดิจิทัล จำนวนพนักงานของ SCB ลดลง 11% YoY เป็น 22,900 คน ในขณะที่จำนวนสาขาลดลง 10% YoY เป็น 809 สาขาในไตรมาส 1/64 ธนาคารยังคงเป้าต้นทุนต่อรายได้ไว้ที่ 40-42% ในปีนี้ และอาจลงทุนใหม่เพื่อสร้างรายได้ในอนาคตหากรายได้ยังคงแข็งแกร่งในครึ่งหลัง ซึ่งSCB มีแผนลงทุนในธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคเนื่องจากให้ผลตอบแทนจากการปรับความเสี่ยงสูงสุดในขณะนี้


มาต่อกันที่ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทยคือ KBANK ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นของ KBANK ถือว่าอยู่ในช่วงสภาวะผันผวน เพราะ KBANK-R ถูกลิสต์รายชื่ออกจาก MSCI รอบล่าสุด ประกอบกับยอดสินเชื่อลูกหนี้ส่วนใหญ่ของ KBANK เป็นลูกค้ารายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด19 โดยข้อมูล


โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คงน้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาด” โดยคาดผลดำเนินงานทั้งปียังเห็นการฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน ขณะที่แบงก์มีความพร้อมทั้งในแง่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และความสามรถในการบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพกว่าปีก่อนมาก


อีกทั้งมีมาตรการช่วยเหลือจาก ธปท. คาดช่วยประคองให้ลูกหนี้อยู่รอดและสามารถกลับมาชำระหนี้คืนได้ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี หลังมีการฉีดวัคซีนมากขึ้นและสามารถกลับมาเปิดประเทศได้ สำหรับหุ้นแนะนำ KBANK และ KKP โดยเลือก Top Pick แนะนำ KBANK ราคาเป้าหมายที่ 180บาท  กำไรปี 2564 คาดกำไรฟื้นตัวเด่น และราคาหุ้นอ่อนตัวลงจนซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี – 1.5 S.D.


ด้าน บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีมุมมองหลังจากที่ ทาง CEO ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เร็วๆนี้ว่า กสิกรไทยสนใจซื้อธุรกิจรายย่อยในประเทศไทยของซิตี้ กรุ๊ปกลุ่มธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ และจะศึกษารายละเอียดทันที ที่เปิดเจรจา โดยปัจจัยสำคัญในการทำข้อเสนอซื้อสินทรัพย์ของซิตี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการซื้อทำให้เกิด synergy ต่อธุรกิจเดิมของ KBANK เท่านั้น


โดยเรามีมุมมองเชิงบวกหากการเข้าซื้อ ธุรกิจรายย่อยประเทศไทยของ ซิตี้ กรุ๊ป สำเร็จโดยเราประมาณการเพิ่มเป็น earnings upside ในปี 2022 (เต็มปี) ให้แก่ KBANK ราวๆ 14% หรือประมาณ เกือบ 6 พันล้านบาท จากสินเชื่อที่รายงานกับ BOT เดือนมีนาคม 64 ที่ 9 หมื่นล้านบาท โดยอ้างสมมุติฐานโครงสร้างกำไรจากบริษัทให้บริการบัตรเครดิตในไทย โดยเรามองว่ามีโอกาสที่ฐานลูกค้าจะ overlap บางส่วน ทำให้ประโยชน์ส่วนเพิ่มที่ได้ในระยะสั้นไม่ต่อเนื่องในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ “ ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 178 บาท


สำหรับ BBL ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของตลาดหุ้นไทยในช่วง ที่มาราคาหุ้นเป็นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรจากการปรับเกณฑ์การนำหุ้นเข้าคำนวณใน SET50 และ SET100 ซึ่ง BBL จะได้ประโยชน์คือการที่มีสัดส่วนจำนวนหุ้นฟรีโฟลตในระดับสูง และจะได้รับการเพิ่มน้ำหนักในการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามทาง ตลท.ได้เลื่อนการใช้เกณฑ์ใหม่จึงทำให้หุ้นในกลุ่มธนาคารที่ถูกเก็งกำไรมาก่อนหน้านี้ต้องร่วงไปตามๆกัน


โดยมุมมองจากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BBL และราคาเป้าหมายที่ 160  บาท อิง 2021E PBV ที่ 0.65x (-1.5SD below 10-yr average PBV) โดยจากการประชุมนักวิเคราะห์ผู้บริหารให้ความมั่นใจในเรื่องของสำรองฯที่น่าจะเพียงพอต่อความเสี่ยงในอนาคต และเรื่องค่าใช้จ่ายจะลดลงได้เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Permata ก้อนใหญ่ๆเหมือนปีก่อนแล้ว ขณะที่เป้าหมายทางการเงินยังเป็นไปตามที่เราคาด


คงประมาณการกำไรสุทธิ 64 โตเด่นสุดในกลุ่มฯ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 64  จะอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นได้โดดเด่นถึง +50% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มฯ จากการตั้งสำรองฯที่ลดลงเป็นหลัก รวมถึงมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2/64 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะได้จากสำรองฯที่จะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง





Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 1 day ago
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 17 hours ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 10 hours ago
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us