กองทุน Thai ESG คือความหวัง ? โบรกฯ คาดเม็ดเงินไหลเข้า 7.8 หมื่นลบ. ต่อปี ดันดัชนีฟื้น พร้อมเก็ง 11 หุ้นเด่นรับอานิสงส์

วานนี้ (24 มิ.ย. 67) กระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แถลงมาตรการขับเคลื่อนตลาดทุน ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ คือ การปรับเกณฑ์กองทุน Thai ESG ใหม่ โดยขยายวงเงินลงทุนลดหย่อนภาษีสูงสุดจากปัจจุบันไม่เกิน 1 แสนบาท เป็นไม่เกิน 3 แสนบาท และลดระยะเวลาถือครองเหลือ 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ จากเดิม 8 ปีนับจากวันที่ซื้อ รวมถึงคาดว่าจะมีหุ้นที่สามารถลงทุนได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 200 หุ้น จากเงื่อนไขเดิมที่มีจำนวนหุ้นราว 128 หุ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ใน 2 สัปดาห์นี้


จากข้อมูลข้างต้นนักวิเคราะห์มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ช่วยหนุนดัชนีให้ปรับตัวดีขึ้น ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจะมีอะไรบ้างนั้น Wealthy Thai มีมุมมองที่น่าสนใจจากวิเคราะห์มาฝาก


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า หากอิงกองทุน Thai ESG ที่เปิดขาย 1 เดือนในช่วงธ.ค. 66 ได้เม็ดเงินราว 6 พันล้านบาท หากปีนี้ขายได้ 5 เดือนสุดท้าย คาดเม็ดเงินลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ช่วยหนุน SET ได้ราว 75-80 จุด ประเมินทุก 1 หมื่นล้านบาท กระทบ SET ราว 25-27 จุด ประกอบกับมาตรการจำกัด Downside เช่น Uptick Rule ซึ่งจะเริ่ม 1 ก.ค. 67, Dynamic price band และ Auction เริ่มปลายเดือนส.ค. 67 ฝ่ายวิเคราะห์จึงมองดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองโดยเฉพาะคดีนายกฯ จะยัง Overhang จนถึงครึ่งหลังของเดือนก.ค. เป็นอย่างน้อย หากคำวินิจฉัยออกมาเป็นบวกคาดจะหนุนให้ดัชนีกลับไปโซนระดับ 1,360-1,400 ได้อีกครั้ง


ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ให้มุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากประเมินอิงจากยอดซื้อ LTF 3 ปี (2560-2562) ที่มียอดซื้อเฉลี่ยปีละ 6.8 หมื่นล้านบาท และโครงสร้างจำนวนผู้เสียภาษีในปี 2557 (ข้อมูลล่าสุดที่มีการเปิดเผยตามหน้าข่าว) คาดว่าจะมีเม็ดเงินซื้อสุทธิกองทุนใหม่นี้อยู่ที่ราว 7.8 หมื่นล้านบาทต่อปี ส่วนตลาดคาดงวด 5 เดือนที่เหลือของปี 2567 ที่ 2.5-3 หมื่นล้านบาท


ทั้งนี้ ศักยภาพเม็ดเงินของกองทุน Thai ESG ใหม่สูงกว่าเม็ดเงินสมัย LTF เนื่องจากให้สิทธิลดหย่อนที่เพิ่มขึ้นมาที่ 30% เมื่อเทียบกับ LTF ที่ 15% ทำให้ผู้ที่เสียภาษีในระดับกลาง (เงินได้ต่อปี 7.5 แสน – 2 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของจำนวนผู้เสียภาษีมีทางเลือกที่จะออมเงินผ่านกองทุนลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น


จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณของฝ่ายวิเคราะห์ หากอิงวงจร LTF ในปี 2555-2556 ที่มี Cycle เศรษฐกิจคล้ายกับปัจจุบัน พบว่าทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาท ที่เข้าสู่ตลาดจะหนุน SET ราว 20-25 จุด ใกล้เคียงผลการศึกษาของตลาดที่ประเมิน 25- 27 จุด ดังนั้นหากเม็ดเงินเข้ามาใกล้เคียงกับที่ประเมินต่อปี คาดจะหนุน Upside ตลาดอย่างมีนัยฯ จากฐานปัจจุบัน


ด้านแนวทางการเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์สูง มองต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ เป็นหุ้นที่ราคาปรับลงจากต้นปี 67 สูง และ SETESG -9.8% มีน้ำหนักในดัชนี SETESG ค่อนข้างมาก รวมถึงมีสัดส่วนสถานะ Short selling คงค้างเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด ซึ่งพบว่า หุ้นในดัชนี SETESG ที่เด่นสุด ได้แก่ BTS ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 34%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 0.58%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 1.48%

SCC ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 26%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 2.84%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 0.85%


CRC ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 26%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 1.7%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 1.1%


IVL ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 25.5%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 1.06%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 2.17%


PTTGC ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 20%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 1.29%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 1.05%


CPN ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 19.7%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 2.34%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 0.5%


BBL ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 15.7%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 2.34%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 1.15%


และกลุ่มหุ้นที่มีน้ำหนักสูง เช่น GULF ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 9.55%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 4.38%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 0.42%


AOT ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 2.1%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 7.75%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 1.02%


MTC ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 1.67%, น้ำหนักใน SETESG ที่ -0.87%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 1.34%


สุดท้าย CPALL ราคาหุ้นจากต้นปี 67 ปรับลง 0.45%, น้ำหนักใน SETESG ที่ 4.65%, จำนวนหุ้นที่ถูก Short และยังไม่ปิดสถานะต่อทุนชำระแล้ว 0.89%
Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-KOREA” ติดปีกเงินลงทุนสู่ “เกาหลีใต้”... ช้อป “หุ้นชั้นนำ” ครอบคลุมทุก “กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก” สร้างโอกาสเติบโต “ระยะยาว” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SCG ชูกลยุทธ์พลังงานแห่งอนาคต สร้างภูมิคุ้มกันธุรกิจ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
ก.ล.ต. กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการบริษัท ต่อ บก.ปอศ. กรณีแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จ และอดีตกรรมการบริษัทกรณีลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
DELTA ผ่านจุดกังวล Supply? Delta Taiwan ส่งสัญญาณฟื้น โบรกฯ ลุ้นงบไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาด มอง AI-Data Center ยังเป็นแรงหนุน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SCC มั่นใจผ่านจุดต่ำสุด ตั้งการ์ดรับมือความผันผวน ชูแผน 2 ปี สร้าง Step Change เร่ง AI-ลดหนี้-เพิ่มกระแสเงินสด
Updated 22 hours ago
Follow Us