Official Update :

คัดให้แล้ว ! 11 หุ้นปันผลสูง ยีลด์ปี 67 เกิน 4%

Dividend Plays หรือ การลงทุนในหุ้นปันผล เป็นธีมการลงทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยมักเข้าสะสมหุ้นที่มีกิจการมั่นคง แนวโน้มธุรกิจมีการเติบโต รวมถึงมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง


โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาค่อนข้างมากจนมูลค่าอยู่ในระดับที่ไม่แพง อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าเก็บหุ้น วันนี้ Wealthy Thai จึงมี 11 หุ้นเด่นใน Dividend Plays ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่าปีละ 4% มาฝาก


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า SET Index โซนปัจจุบันให้ Current ERP ที่ 3.6% เป็นโซนลงทุน และมองใกล้ระดับจุดกลับตัว โดยหนึ่งในธีมหุ้นที่น่าลงทุน คือ กลุ่มให้ Dividend Plays ที่ธุรกิจมีความมั่นคง ให้ผลตอบแทน Dividend Yield มากกว่าปีละ 4% (เทียบกับ Policy Rate ที่ 2.5%) ได้แก่ SCB คาดจะให้ Dividend Yield ปี 2567 ที่ระดับ 7.6%


ถัดมา AP คาดที่ระดับ 8.2%, ICHI คาดที่ระดับ 6.4%, PTT คาดที่ระดับ 6.3%, BBL คาดที่ระดับ 5%, INTUCH คาดที่ระดับ 4.8%, ADVANC คาดที่ระดับ 4.6%, HMPRO คาดที่ระดับ 4.5%, BJC คาดที่ระดับ 4.1%, WHA คาดที่ระดับ 4.1% และ TU คาดจะให้ Dividend Yield ปี 2567 ที่ระดับ 4.1%


สำรวจปัจจัยพื้นฐาน 11 หุ้นปันผลดี

สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ SCB นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรปี 67 ที่ 4.5หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 115 บาท อย่างไรก็ตามมองว่ายังมีความเสี่ยงในเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ จากลูกหนี้ stage 2 อยู่ที่ 7.2% ปรับเพิ่มขึ้นมากจากไตรมาส 4/66 ที่ 6.2%


ส่วน AP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินกําไรไตรมาส 2/67 ฟื้นตัวเด่น จากความสําเร็จการเปิดตัวคอนโด จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ที่มียอดขายสูง คงประมาณการกําไรปี 67 ที่ 6.16 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเหมาะสม 13.20 บาท


ขณะที่ ICHI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงประมาณการกำไรปี 67 ที่ 1.31 พันล้านบาท โต 19.7% จากปีก่อน และคงราคาเหมาะสมที่ 21.60 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER ปี 67 เพียง 17 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม (ไม่รวม HTC) นอกจากนี้ยังสามารถคาดหวังเงินปันผลได้ราว 7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”


PTT นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 38 บาท ระยะสั้นผลประกอบการไตรมาส 2/67 ไม่เด่นจากธุรกิจการกลั่นและค้าปลีกน้ำมันของบริษัทลูกชะลอตัว ธุรกิจก๊าซของ PTT ได้รับผลกระทบจากนโยบายพลังงาน


BBL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงประมาณการกำไรปี 67 ที่ 4.55 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% ถึงแม้ BBL จะเป็นธนาคารที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ลง แต่มองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อกำไรประมาณ 300 ล้านบาท ค่อนข้างน้อย จึงยังไม่มีการปรับประมาณการกำไรลง คงราคาเป้าหมาย 166 บาท ยังเหลือส่วนต่างพอสมควรจึงแนะนำ “ซื้อ”


INTUCH นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปี 67 ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท โต 7.5% จากปีก่อน โดยประมาณการ INTUCH มี Upside Risk จากประมาณการของ ADVANC ที่มีโอกาสที่จะทำได้ดีกว่าที่คาด ฝ่ายวิเคราะห์จะพิจารณาความเหมาะสมในช่วง preview ผลประกอบการไตรมาส 2/67 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 83 บาท


ADVANC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดกําไรไตรมาส 2/67 ที่ 8.7 พันล้านบาท ตามคาดจะทําให้คาดการณ์กําไรปี 67 ที่ 3.03 หมื่นล้านบาท โต 7% จากปีก่อน มี upside ราว 6-7% โดยยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 252 บาท และคําแนะนํา “Outperform” ฝ่ายวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการภายหลังบริษัทประกาศงบไตรมาส 2/67 ช่วงต้นเดือนส.ค.


HMPRO นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คงประมาณการกําไรปี 67 ไว้ที่ 6.7 พันล้านบาท โต 4% และคงราคาเป้าหมายที่ 14.30 บาท คงคําแนะนํา “Neutral” เพราะกําไรไตรมาส 2/67 ยังดูไม่สดใส จากกําลังซื้อที่ฟื้นช้า ซึ่งจะยังกดดัน SSSG ต่อ รวมถึงช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 3/67 และราคาหุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 67 ที่ 20.4 เท่า สะท้อนกําไรปี 67 ที่คาดจะโตต่ำกว่ากลุ่มแล้ว


BJC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 29 บาท คาดผลการดำเนินงานจะยังเติบโตได้ดี EBITDA ปี 67 เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน จากการเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจและอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ตามต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ลดลง ประเมินกำไรปี 67 ที่ 4.64 พันล้านบาท ลดลง 3%


WHA นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรธุรกิจหลักของ WHA จะลดลง 10-15% ในปี 67 เนื่องจาก WHART ไม่ได้รับอนุมัติให้ซื้อทรัพย์สินเพิ่มเติม แต่ WHAIR ได้รับอนุมัติ อย่างไรก็ตาม WHA วางแผนที่จะขายทรัพย์สินอีกครั้งปีหน้า อาจขายให้กับ WHART หรือจัดตั้งกอง REIT ใหม่ในไทยหรือต่างประเทศ หรือจัดตั้งกอง private REIT มองราคาหุ้น WHA ลดลงเป็นโอกาส “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.90 บาท


สุดท้าย TU นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เชื่อกําไรผ่านจุดตํ่าสุดของปีนี้ไปแล้ว และจะแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 2/67 โตทั้งจากไตรมาส 2/66 และ 1/67 ตามปัจจัยฤดูกาลและยอดขายที่เติบโตดี ประเมินกำไรปี 67 ที่ 5.44 พันล้านบาท พลิกบวกจากปีก่อนที่ขาดทุน คงคําแนะนํา “Outperform” ราคาเป้าหมาย 18 บาท