เจาะ 4 หุ้นเด่นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ผลงานใครจะเติบโตดีที่สุด ?
หุ้นอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นยอดนิยมของนักลงทุน โดยเฉพาะ DELTA หุ้นดังที่มีผลต่อการขยับตัวของดัชนีหุ้นไทยไม่ว่าจะในเชิงบวกหรือเชิงลบ ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าผลประกอบการของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์แตะจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/67 และในไตรมาส 2/67 กำไรมีแนวโน้มจะเติบโตดีทั้งจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ตามอุปสงค์ที่ดีขึ้นและปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากนักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 ของ 4 หุ้นยอดฮิตในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA, KCE, HANA และ SVI ว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร และบริษัทไหนจะทำผลงานได้ดีที่สุด ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบกลางเดือนก.ค. นี้
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรปกติของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาส 2/66 และ 27% จากไตรมาส 1/67 หนุนจากรายได้ที่ฟื้นตัวขึ้นตามอุปสงค์ที่ดีขึ้นและสิ้นสุดช่วงลดสินค้าคงคลัง ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่เอื้อประโยชน์
สำหรับ DELTA ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะรายงานกำไรที่ 4,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 15.7% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้วยแรงขับเคลื่อนจากธุรกิจ data center ที่กลับมาเติบโตจากการลงทุนระดับ hyperscale ในธุรกิจ cloud และ Gen AI data center โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจ data center จะฟื้นตัวขึ้นจากที่อ่อนตัวลงในไตรมาส 1/67 และคาดว่ารายได้จากธุรกิจ EV จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 1/67
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 1/67 จากเงินบาทที่อ่อนค่าลง และเพิ่มขึ้น 3 ppt จากไตรมาส 1/67 จากการที่ไม่มีการตัดจำหน่ายสินค้าคงคลัง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหมือนในไตรมาส 1/2567 ที่ผ่านมา
ส่วน HANA คาดกำไรในไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 490 ล้านบาท ลดลง 22.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่สูง แต่เพิ่มขึ้น 56.4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมองว่าธุรกิจ PCBA จะเติบโตขึ้นจากไตรมาส 1/67 ตามฤดูกาลและคาดอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมและการแพทย์จะยังดี
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าธุรกิจ OSAT ยังคงอ่อนแอ แต่ปัจจัยหนุนจะมาจากกลุ่มสมาร์โฟน โดยคาดว่า GPM จะขยายตัวขึ้น 1.6 ppt มาอยู่ที่ 12.4% จากเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ
ขณะที่ KCE ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากไตรมาส 2/66 จากฐานที่ต่ำและขยายตัวขึ้น 23% จากไตรมาส 1/67 โดยมองยอดขายจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 1/67 โดยอุปสงค์ PCB ยังอ่อนแอเมื่อเทียบกับในอดีด แต่คาดจะเห็นกลับมาสต็อกสินค้าสำหรับช่วงครึ่งหลังปีนี้
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า GPM จะขยายตัวขึ้น 1.7 ppt จากไตรมาส 1/67 มาอยู่ที่ 24.8% จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงและมาตรการลดต้นทุน โดยคาดว่า KCE จะรายงานกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งที่ 633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.2% จากไตรมาส 2/66 และ 22.8% จากไตรมาส 1/67 จากกำไร FX และกำไรจากการขายโรงงานผลิตเก่าในนิคมฯ บางปู
และ SVI ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 10.7% จากไตรมาสก่อนหน้า และคาดรายได้จะเติบโตขึ้นตามอุปสงค์ที่ฟื้นตัวขึ้น จากทุกกลุ่มและยอดสั่งผลิตจากลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มอุตสาสหกรรม แม้ FX อ่อนแอ
แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า GPM จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาส 1/67 มาอยู่ที่ 9.9% เนื่องจาก SVI มียอดสั่งผลิตด่วนที่มี GPM สูงมากในไตรมาส 1/67 แต่คาดจะไม่ต่อเนื่องถึงในไตรมาส 2/67
สุดท้ายนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากคาดว่ากำไรสุทธิแตะระดับต่ำสุดแล้วในไตรมาส 1/67 และมีมุมมองบวกตั้งแต่ไตรมาส 2/67 เป็นต้นไป และคาดจะเติบโตขึ้นอีกในไตรมาส 3/67 สำหรับหุ้นเด่นในกลุ่มฯ ยังคงเป็น DELTA จากกระแส AI และ data center จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 95.0 บาท, HANA ราคาเป้าหมายที่ 55 บาท, KCE ราคาเป้าหมายที่ 55 บาท ส่วน SVI ให้คำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายที่ 8.5 บาท

