มาตรการอสังหาฯ ได้ผล ? ดัน AP-SIRI กำไรพุ่งสูงสุดไตรมาส 2/67
ปัจจุบันตลาดหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ในไตรมาส 2/67 ยังคงเผชิญกับความท้าทาย แม้ว่า AP และ SIRI จะมียอดจองซื้อและกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่กำไรหลักของกลุ่มอสังหาฯ โดยรวมยังคงลดลงจากปีก่อน
ขณะที่มาตรการกระตุ้นอสังหาฯกำลังส่งผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ล่าสุดวันที่ 11 ก.ค.67 กระทรวงการคลังได้เปิดเผยตัวเลข 3 เดือน จากมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง เหลือ 0.01% ได้ส่งผลให้มีการจดทะเบียนกว่า 40,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 65,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโอนอสังหาฯ 29,047 ราย และโอนห้องชุด 11,325 ราย (ตัวเลขถึงวันที่ 31 พ.ค.) อีกทั้งยังมีการส่งเสริมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงโครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home และ Happy Life รวมวงเงิน 40,000 ล้านบาท อนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 20,000 ราย
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากพานักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มยอดขายและกำไรไตรมาส 2/67 ของกลุ่มอสังหากันว่าจะพลิกฟื้นกลับมาได้แค่ไหนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การฟื้นตัวของยอดจองซื้ออสังหาฯ ในไตรมาส 2/67 เพิ่มขึ้นเป็น 7.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 64% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยยอดจองซื้อโครงการแนวราบคาดว่าจะอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และยอดจองซื้อโครงการคอนโดคาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ในบรรดาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ AP และ SIRI เป็นผู้นำในไตรมาส 2/67 โดย AP มียอดจองซื้อในไตรมาส 1/67 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 49% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ SIRI มียอดจองซื้อในไตรมาส 1/67 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 2/67 โดยเฉพาะโครงการระดับไฮเอนด์ เช่น ELSE Krungthep Kreetha และ The Standard Residences
โดยคาดการณ์ว่ากำไรหลักรวมในไตรมาส 2/67 ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ จะอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดย SIRI น่าจะเป็นหุ้นเดียวที่มีกำไรเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาส 2/67 และในบรรดาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ คาดว่า AP, PSH, SC, และ SPALI จะรายงานกำไรหลักเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/66 มีเพียง LH เท่านั้นที่คาดว่ากำไรหลักจะลดลงทั้งจากไตรมาส 2/66 และไตรมาส 1/67
ขณะที่นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประเมินว่า หากมีการเพิ่มสัดส่วนการถือครองห้องชุดของต่างชาติเป็น 75% จะช่วยแก้ปัญหากำลังซื้อ โดยเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยว ยอดโอนห้องชุดต่างชาติในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 4.3% มูลค่า 18,013 ล้านบาท จังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ โดยชาวจีนซื้อห้องชุดมากที่สุด มูลค่า 7,570 ล้านบาท
สุดท้ายการฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯ บล.บัวหลวง คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2567 โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่มากขึ้นที่ 1.39 แสนล้านบาท (โครงการแนวราบ 74%, โครงการคอนโด 26%) ยอดจองซื้อและกำไรคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3-4/67 อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ยังคงแนะนำ "wait and see" เนื่องจากกำลังซื้อที่อยู่อาศัยยังคงอ่อนแอในปี 2567

