เจาะลึกหุ้นพลังงาน โอกาสทองหรือความเสี่ยง?
หุ้นกลุ่มพลังงานในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความผันผวนไม่น้อย ทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงหลายปัจจัยที่ควรพิจารณา วันนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญและคำแนะนำมาฝากนักลงทุนทุกคนแล้ว
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้น PTTGC และ TOP ได้รับแรงหนุนจากราคาปิโตรเคมีที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ PTTEP และ PTT เผชิญแรงกระแทกจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
และปัจจัยจากข่าวล่าสุดหลัง NGO เรียกร้องคว่ำบาตรต่อธนาคารเศรษฐกิจเมียนมา และ Myanma Oil and Gas Enterprise (MOGE) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของคณะรัฐประหารเมียนมา ซึ่งอาจกระทบต้นทุนนำเข้าก๊าซที่สูงขึ้นได้
สำหรับโอกาสในการลงทุนแนะนำ PTTGC และ TOP ด้วยราคาปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเอทิลีนที่เพิ่มขึ้น 17 USD/ตัน โพรพิลีนเพิ่มขึ้น 32 USD/ตัน และ HDPE เพิ่มขึ้น 17 USD/ตัน ทำให้หุ้น PTTGC และ TOP น่าสนใจสำหรับการลงทุนในช่วงนี้
ด้านความเสี่ยง ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยลดลง 1.25 USD/บาร์เรล มาอยู่ที่ 85.50 USD/บาร์เรล เนื่องจากการคลี่คลายความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานจากพายุเฮอริเคนเบริลและความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ PTTEP
และยังเตรียมรับแรงกระแทก จากการเรียกร้องคว่ำบาตรเมียนมา จากวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่ม NGO ทั้งในและนอกเมียนมาจำนวน 240 แห่ง เรียกร้องให้คว่ำบาตรธนาคารเศรษฐกิจเมียนมา และ Myanma Oil and Gas Enterprise (MOGE) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเนื่องจากเป็นแหล่งเงินทุนของคณะรัฐประหารเมียนมา
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าข่าวนี้กดดันหุ้น PTT และ PTTEP เพราะ PTTEP เป็นผู้ผลิตก๊าซในเมียนมา และ PTT เป็นผู้รับซื้อก๊าซจากเมียนมา หากธนาคารไทยหยุดทำธุรกรรม PTTEP อาจประสบปัญหาในการดำเนินโครงการก๊าซในเมียนมา ขณะที่ PTT อาจต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ทดแทนทำให้ต้นทุนก๊าซสูงขึ้น
บล.บัวหลวง ยังระบุถึงความเสี่ยงเรื่องต่อมา คือ จากค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ลดลง 0.11 USD/บาร์เรล มาอยู่ที่ 3.86 USD/บาร์เรล เนื่องจากอุปสงค์ในเอเชียลดลงและสต็อกในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ SPRC และ TOP
ส่วนด้านราคาถ่านหินดิ่งทำให้ BANPU เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ชะลอตัว จากดัชนี Newcastle Export Index ลดลง 1.33 USD/ตัน มาอยู่ที่ 133.36 USD/ตัน เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคชะลอตัว

