SCGP คาดครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง รับปรับราคาขาย-สต๊อกสินค้าพุ่ง ดันรายได้ปี 67 แตะเป้า 1.5 แสนล้านบาท
SCGP คงเป้ารายได้ปี 67 ที่ 1.5 แสนล้านบาท รับครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก เหตุปรับราคาขาย-ผู้ประกอบการสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้น เล็งสรุป M&P กลุ่มธุรกิจการแพทย์เพิ่ม 1 ดีล ภายในสิ้นปีนี้
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2567 ที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยประเมินครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่มียอดขาย 68,182 ล้านบาท หลังภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากภาคการผลิต การบริการและการใช้จ่ายที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมถึงการดำเนินนโยบายของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน
โดยบริษัทคาดว่าปริมาณการขายในช่วงปลายไตรมาส 3/67 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4/67 จะสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ จะเริ่มผลิตเพื่อสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้นสำหรับเตรียมรับการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ รวมถึงความต้องการบรรจุภัณฑ์ในประเทศจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้น
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2567 ที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยประเมินครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่มียอดขาย 68,182 ล้านบาท หลังภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากภาคการผลิต การบริการและการใช้จ่ายที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมถึงการดำเนินนโยบายของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน
โดยบริษัทคาดว่าปริมาณการขายในช่วงปลายไตรมาส 3/67 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4/67 จะสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ จะเริ่มผลิตเพื่อสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้นสำหรับเตรียมรับการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ รวมถึงความต้องการบรรจุภัณฑ์ในประเทศจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้น
นอกจากนี้บริษัทยังมีการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนเศษกระดาษรีไซเคิลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นทั้งภูมิภาค
ในด้านของขณะที่ต้นทุนพลังงาน บริษัทได้ล็อคราคาพลังงานในไตรมาส 3/67 ไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนไตรมาส 4/67 บริษัทล็อคต้นทุนบางส่วน ส่วนปี 2568 ยังรอติดตามสถานการณ์ต่างๆ เพื่อประเมินอีกครั้ง
ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยยังคงงบลงทุนรวมในปีนี้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ด้วยการมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิต และสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Merger and Partnership : M&P) ในธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
ล่าสุด SCGP ได้เข้าถือหุ้น 90% ในบริษัทวีอีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนสมรรถนะสูงจากการฉีดขึ้นรูปพอลิเมอร์และมีห้องปลอดเชื้อที่ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล เพื่อรุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์สำหรับใช้ในห้องปฏิบัติการ
อีกทั้งในไตรมาส 3/67 บริษัทคาดว่าจะใช้เงินซื้อหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท PT Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาดีล M&P กับพันธมิตรหลายราย โดยคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2567 จะสามารถปิดดีล M&P ได้อีก 1 ดีล ในกลุ่มธุรกิจการแพทย์
ขณะเดียวกัน SCGP ได้รับการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์” จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ครอบคลุมกลุ่มสินค้าตั้งแต่เยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษถ่ายเอกสารกระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์พลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหารและได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกระบวนการพิมพ์และการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์กระดาษรวม 16 กระบวนการ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษ ที่สามารถระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามกรอบแนวทางการประเมินของ อบก. เพื่อตอบสนองความต้องการใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมของลูกค้าและผู้บริโภค
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 8 hours ago
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
