CPAXT เผยกำไร Q2/67 โต 44% ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มทั้งใน-ต่างประเทศ คาดผลงานครึ่งปีหลังโตแกร่งรับไฮซีซั่น
คุณภัทรวัลล์ สุกปลั่ง ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เปิดเผยภาพรวมการดำเนินงานไตรมาส 2/67 และช่วงครึ่งปีแรก 2567 ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/67 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 127,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4% โดยหลักมาจากยอดขายที่เติบโตถึง 4.7% จากยอดขายจากสาขาเดิม ในขณะที่กลุ่มธุรกิจทุกกลุ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 2,176 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 660 ล้านบาท หรือ 43.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากยอดขายและกำไรขั้นต้นที่เติบโต รวมถึงการบริหารจัดการเรื่องต้นทุน ค่าใช้จ่าย และดอกเบี้ยได้ดี
ในส่วนของยอดขายนอกร้าน ปัจจุบันเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และชอบการให้บริการส่งถึงที่ ทำให้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายจากนอกร้าน คิดเป็น 17% ซึ่งไตรมาส 2/67 ก็เติบโตได้ 45% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยหากพิจารณาช่วงครึ่งปีแรก 2567 มียอดขายอยู่ที่ 41,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 48% ทั้งนี้ เมื่อแยกออกเป็นธุรกิจออนไลน์ จะเห็นได้ว่าโลตัสออนไลน์และแม็คโคร โปร มีการเติบโตเป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้เกือบ 70% ในขณะที่บริษัทฯ ก็พยายามเพิ่มประสิทธิผลของทีมนักขายเพื่อเน้นผู้ประกอบการ ทำให้เติบโตได้เป็นอย่างดีกว่า 37
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.67 ในอัตรา 0.18 บาท/หุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 22 ส.ค.67 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 ก.ย.67
ในส่วนของการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ด้านยอดขายจากสาขาเดิมของกลุ่มบริษัทฯ เติบโต 4% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนการขายนอกร้าน ปิดตัวเลขครึ่งปีแรกที่ 41,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% ของยอดขาย โดยหลักมาจากกลยุทธ์การทำ Multi Fulfillment โดยหากพิจารณายอดขายของ CPAXT ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 จะเห็นได้ว่ายอดขายมีการเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่เป็นท่องเที่ยว ได้แก่ ภาคใต้, ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำหรับการบริหารพื้นที่เช่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีพื้นที่เช่าประมาณ 1.2 ล้านตารางเมตร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยรวมอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 93% ถือเป็นอัตราส่วนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ในส่วนของรายได้และกำไรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าส่งในประเทศไทย บริษัทฯ ตั้งเป้าการเปิดสาขาเพิ่มจำนวน 8 สาขา โดย ณ เดือนสิงหาคม 2567 บริษัทฯ ได้ทำการเปิดสาขาไปแล้วจำนวน 4 สาขา ส่วนต่างประเทศมีแผนที่จะเปิดเพิ่ม 2 สาขา โดยปัจจุบันเปิดไปแล้ว 1 สาขา ขณะที่อีก 1 สาขาจะเปิดเพิ่มในไตรมาส 4/67
ด้านกลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีแผนจะเปิดสาขาขนาดใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1 สาขา ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต ตั้งเป้าเปิดสาขาในปีนี้ไว้ที่ 4 สาขา โดยเปิดไปแล้ว 1 สาขา ที่มาเลเซีย ซึ่งเหลืออีก 3 สาขาที่จะเปิดเพิ่มในประเทศไทย นอกจากนี้ ในส่วนของโลตัส โกเฟรช มีแผนที่จะเปิดอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2/67 ได้ทำการเปิดสาขาไปแล้วจำนวน 14 สาขา
“สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2567 มองว่าจะมีการเติบโตได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4/67 ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมองว่าภาพรายได้ของบริษัทฯ ยังคงเติบโตตามกลยุทธ์ที่บริษัทฯ วางไว้” คุณภัทรวัลล์ กล่าวทิ้งท้าย
ในส่วนของยอดขายนอกร้าน ปัจจุบันเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และชอบการให้บริการส่งถึงที่ ทำให้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายจากนอกร้าน คิดเป็น 17% ซึ่งไตรมาส 2/67 ก็เติบโตได้ 45% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยหากพิจารณาช่วงครึ่งปีแรก 2567 มียอดขายอยู่ที่ 41,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 48% ทั้งนี้ เมื่อแยกออกเป็นธุรกิจออนไลน์ จะเห็นได้ว่าโลตัสออนไลน์และแม็คโคร โปร มีการเติบโตเป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้เกือบ 70% ในขณะที่บริษัทฯ ก็พยายามเพิ่มประสิทธิผลของทีมนักขายเพื่อเน้นผู้ประกอบการ ทำให้เติบโตได้เป็นอย่างดีกว่า 37
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.67 ในอัตรา 0.18 บาท/หุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 22 ส.ค.67 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 ก.ย.67
ในส่วนของการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ด้านยอดขายจากสาขาเดิมของกลุ่มบริษัทฯ เติบโต 4% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนการขายนอกร้าน ปิดตัวเลขครึ่งปีแรกที่ 41,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% ของยอดขาย โดยหลักมาจากกลยุทธ์การทำ Multi Fulfillment โดยหากพิจารณายอดขายของ CPAXT ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 จะเห็นได้ว่ายอดขายมีการเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่เป็นท่องเที่ยว ได้แก่ ภาคใต้, ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำหรับการบริหารพื้นที่เช่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีพื้นที่เช่าประมาณ 1.2 ล้านตารางเมตร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยรวมอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 93% ถือเป็นอัตราส่วนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ในส่วนของรายได้และกำไรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าส่งในประเทศไทย บริษัทฯ ตั้งเป้าการเปิดสาขาเพิ่มจำนวน 8 สาขา โดย ณ เดือนสิงหาคม 2567 บริษัทฯ ได้ทำการเปิดสาขาไปแล้วจำนวน 4 สาขา ส่วนต่างประเทศมีแผนที่จะเปิดเพิ่ม 2 สาขา โดยปัจจุบันเปิดไปแล้ว 1 สาขา ขณะที่อีก 1 สาขาจะเปิดเพิ่มในไตรมาส 4/67
ด้านกลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีแผนจะเปิดสาขาขนาดใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1 สาขา ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต ตั้งเป้าเปิดสาขาในปีนี้ไว้ที่ 4 สาขา โดยเปิดไปแล้ว 1 สาขา ที่มาเลเซีย ซึ่งเหลืออีก 3 สาขาที่จะเปิดเพิ่มในประเทศไทย นอกจากนี้ ในส่วนของโลตัส โกเฟรช มีแผนที่จะเปิดอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2/67 ได้ทำการเปิดสาขาไปแล้วจำนวน 14 สาขา
“สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2567 มองว่าจะมีการเติบโตได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4/67 ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมองว่าภาพรายได้ของบริษัทฯ ยังคงเติบโตตามกลยุทธ์ที่บริษัทฯ วางไว้” คุณภัทรวัลล์ กล่าวทิ้งท้าย
