DELTA-HANA-KCE กอดคอกันร่วง คาดนลท.ขายเก็งกำไร หลังราคาพุ่งวานนี้ โบรกฯ มองผลงานครึ่งปีหลังสดใส ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง
3 หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE ถูกแรงขายเก็งกำไรจนราคาหุ้นพากันปรับตัวลดลง หลังราคาหุ้นพุ่งแรงวานนี้ โบรกฯ มองผลงานครึ่งปีหลังสดใส รับอุปสงค์โต-ปัจจัยรายตัวหนุน
ราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE วันนี้ปรับตัวลดลง โดยราคา บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 105.5 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ -1.40% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,053.09 ล้านบาท
ราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE วันนี้ปรับตัวลดลง โดยราคา บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 105.5 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ -1.40% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,053.09 ล้านบาท
ขณะที่ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 38.75 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ -3.13% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 175.14 ล้านบาท
เช่นเดียวกับ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 38.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ -1.30% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 142.75 ล้านบาท
โดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า SETIndex วันนี้มีโอกาสถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากวานนี้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นหนุนตลาด นำโดย DELTA
อย่างไรก็ดี แม้จะมีแรงขายเข้ามาใน 3 หุ้นดังกล่าวในวันนี้ แต่ในแง่ของแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง ยังถือว่าหุ้นทั้ง 3 ยังมีแนวโน้มที่ดี
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นบวกในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 แม้ว่าจะมีความท้าทายหลายอย่าง โดย Semiconductor Industry Association (SIA) IDC และ Gartner คาดว่ายอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะเติบโต 17-20% ในปี 2567 สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต คือ การฟื้นตัวของตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเฟื่องฟู รวมถึงการเข้าสู่วงจรการเปลี่ยนทดแทนด้วยสมาร์ทโฟน AI และพีซี AI Canalys ซึ่งคาดการณ์ว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะเติบโต 4% และ IDC คาดการณ์ว่ายอดจัดส่งจะเติบโต 2.8% ในปี 2567 ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกยังเติบโตเล็กน้อย แต่ EV ยังคงเผชิญกับความท้าทายในระยะสั้นจากสงครามราคา ทั้ง S&P Global Mobility และ ING Research คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกจะเติบโต 2.8% และ 2.6% ตามลําดับ ในปี 2567
ขณะที่ผลประกอบการของกลุ่มชินส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เมื่อพิจารณาจากยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนและยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ส่วนปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตจะเกิดจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากวงจรการเปลี่ยนทดแทนด้วยสมาร์ทโฟน AI และพีซี AI เครื่องใหม่ ประกอบกับยอดขาย EV ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิตโดยบริษัทต่าง ๆ เช่น การเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์โรงงานแห่งที่ 8 ของ DELTA, การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิคอนคาร์ไบด์และ RFID เพิ่มมากขึ้นของ HANA และอัตราการใช้กำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้นของ KCE จะช่วยสนับสนุนโมเมนตัมกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง 2567
Most Viewed
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 17 hours ago
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 1 day ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 6 hours from now
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
Updated 8 hours ago
Fun of Funds
13 “บลจ.” ปันผลคืนแม่ 1H26 กว่า 5.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น +8.55%... 6 “แบงก์แม่” ยิ้มรับปันผลไป 4.2 พันลบ. คิดเป็น 71% ของปันผลทั้งระบบ พบมี 11 “บลจ.” ยัง “ขาดทุนสะสม” อยู่ !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
