NVIDIA ราคาหุ้นร่วง แม้ผลงานแข็งแกร่ง เหตุตลาดผิดหวังคาดการณ์งบ Q3 แม้ดีกว่าค่าเฉลี่ย แต่ยังไม่ถึงระดับสูงสุด !!

NVIDIA หนึ่งในผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานงบไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 122% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.68 ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังเติบโตแข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงราว 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ เนื่องจากบริษัทเปิดเผยคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 3 ปี 2568 ตัวเลขออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าของชิป Blackwell


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า NVDA เผยงบไตรมาส 2 ปี 2568 ดีกว่าคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 122.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ EPS อยู่ที่ 0.68 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยงบมีแรงหนุนจากรายได้ชิปทุกอุตสาหกรรมที่เติบโต โดยเฉพาะ Data Center ที่ขยายตัว 154.5% เมื่อเทียบกบัช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คาดรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ราว 3.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของตลาด


ทั้งนี้ งบของ NVIDIA ออกมาดูดีทุกมิติ รวมถึงแนวโน้มยังคงเติบโตดี แต่อย่างไรก็ดีราคาหุ้นก่อนเปิดตลาดปรับตัวลงราว 7% ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าเป็นผลมาจากความคาดหวังที่สูง โดยคาดการณ์ไตรมาส 3 ปี 2568 ออกมาดีกว่าค่าเฉลี่ย แต่ต่ำกว่าคาดในระดับสูงสุดของตลาด


ประกอบกับปัญหาการผลิตชิป Blackwell ที่มีความล่าช้าหลังบริษัทเปลี่ยนขั้นตอน mask production รวมถึงรายได้กระจุกตัวอยู่ในเทคฯ ใหญ่ และมีความกังวลต่อการพัฒนาชิปที่อาจจะล้ำเกินความต้องการตลาด


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าภาพรวมงบและแนวโน้มของ NVIDIA ยังคงดี สะท้อนผ่านคาดการณ์ อุปสงค์ AI และการลงทุนจากกลุ่มบริษัทใหญ่ยังคงเติบโต นอกจากนี้ NVIDIA ยังคงเป็นผู้นำตลาด ซึ่งภาพนี้ทำให้มองว่าราคาหุ้นยังคงสามารถไปต่อได้ แต่อาจมีความผันผวนได้จากปัจจัยที่ยังคงไม่ชัดเจนและแนะติดตามในระยะถัดไปอย่าง ความคาดหวังที่สูงของตลาด การพัฒนาชิปในระยะถัดไปที่ล้ำเกินกว่าความต้องการตลาด และติดตามการส่งมอบชิป Blackwell ที่ไม่ควรจะล่าช้าไปกว่านี้

ด้วยภาพนี้ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ เก็งกำไรเป็นรอบๆ จากแนวโน้มที่ยังคงเติบโตดี โดยแนะนำมองจังหวะเข้าซื้อในช่วง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ และจังหวะขายทำกำไรที่ระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ