Official Update :

SMD หุ้นไอพีโอเครื่องมือแพทย์ เปิดเทรดพุ่ง 41.67%

แม้วันนี้ตลาดหุ้นจะเปิดเทรดไม่ค่อยสดใสแต่หุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง SMD หรือ บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) ยังทำผลงานได้ดี โดย SMD เปิดตลาดที่ราคา 10.20 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ +41.67% จากราคาไอพีโอที่ 7.20 บาท ซึ่งดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ดีใจที่ธุรกิจของบริษัทเป็นที่สนใจของนักลงทุน ส่วนราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมาในภาวะที่ตลาดไม่ค่อยดีนั้น มองว่าเพราะธุรกิจของบริษัทมีความน่าสนใจ และเงินระดมทุนที่ได้จะนำไปพัฒนาโครงการต่างๆ ช่วยสร้างรายได้จำนวนมากให้บริษัทในอนาคต


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.โครงการจัดหาบริการให้เช่าครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลเฉพาะทาง โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลศูนย์ โดยมีระยะเวลาให้เช่า 3-5 ปี คาดว่าปีนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าหมายสัญญาเช่า 200 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับโรงพยาบาล มูลค่าโครงการน่าจะครอบคลุมเป้าหมาย ซึ่งต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง


2.โครงการศูนย์ตรวจการนอนหลับ บริษัทวางงบลงทุนไว้ 90 ล้านบาท โดยปีนี้คาดจะใช้งบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อขยายเพิ่ม 8 เตียง ซึ่งคาดว่าภายในปี 2566 จะมีทั้งหมด 28 เตียงตรวจ จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 4 เตียงตรวจ, 3. ชำระคินเงินกู้จากสถาบันการเงิน และ 4. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ อย่างไรก็ตาม หลังจากไอพีโออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของบริษัทน่าจะลดลงมาต่ำกว่า 0.5 เท่า จากปี 2563 อยู่ที่ 1.87 เท่า ทำให้ SMD สามารถจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอตามนโยบายที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิในแต่ละปี เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน



Covid-19 หนุนความต้องการเครื่องมือแพทย์พุ่ง

แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี (2564-2566) บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี หลังเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังจะเพิ่มเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ เข้ามาจำหน่ายเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าทั้งโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน และการลงทุนให้เช่าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ  ซึ่งจะทำให้ SMD มีแนวโน้มที่จะเติบโตในระยะยาว สอดคล้องกับภาวะอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมผู้สูงอายุ และนโยบายผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)


ส่วนแนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทคาดว่าจะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และครึ่งหลังของปี 2563 ที่ผ่านมา (QoQ) เนื่องจากความต้องการกลุ่มสินค้าในห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วย ICU รวมถึงเครื่องช่วยหายใจ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการจะเติบโตอย่างโดดเด่น


เราเป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ สิ่งสำคัญคือสินค้าต้องเป็นที่ยอมรับและสามารถใช้งานได้ดีในระดับโลก ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์จึงเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัท รวมถึงบุคลากรต้องมีคุณภาพ เพราะเราขายเครื่องมือเฉพาะทาง ดังนั้นบุคลากรต้องมีความเชี่ยวชาญทั้งก่อนการขายและหลังการขาย สามารถบริการอย่างรวดเร็ว และมีการอบรมเพื่อพัฒนาความรู้เป็นระยะ เพราะโรงพยาบาลต้องการเครื่องมือแพทย์เสมอ” ดร.วิโรจน์ กล่าวปิดท้าย

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้