Official Update :

วิเคราะห์หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ เมื่อ Nvidia เคลื่อนไหว กระทบหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยแค่ไหน ?

ในวันพุธที่แล้ว ราคาหุ้น Nvida พุ่งสูงกว่า 8% แตะ 116.86 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง เจนเซ่น หวง ประธานกรรมการบริหารของบริษัทประกาศว่าชิป AI รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Black Well เป็นที่ต้องการอย่างล้นหลาม ซึ่งการปรับตัวขึ้นของหุ้น Nvidia ครั้งนี้ มีส่วนช่วยฉุดดัชนี S&P500 ดัชนี Nasdaq และ ดัชนี Dow Jones ขึ้น 1.1% 2.2% และ 0.3% ตามลำดับ


ในขณะเดียวกันตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกชิปและเซมิคอนดักเตอร์ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามหุ้น Nvidia ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ดัชนี Nikkei 225 และ TOPIX ของญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเอเชียเมื่อวันพฤหัสบดี โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 2-3% ในขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% และดัชนี Taiwan Weighted ของไต้หวันปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.7%


แต่คำถามที่สำคัญต่อมาคือ “การปรับตัวครั้งมีนัยยะสำคัญหรือไม่” ซึ่งถ้าจะตอบคำถามนี้ได้ก็ต้องมาดูก่อนว่า การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ยั่งยืนหรือเปล่า


หากดูจากราคาหุ้น Nvidia ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจมีความเป็นไปได้ว่าการปรับตัวครั้งนี้มีส่วนผสมของ “ความตื่นเต้นของตลาด” ที่เกิดขึ้นจากข่าวดีของบริษัทและแนวโน้มการลดดอกเบี้ย Fed ในเดือนนี้ปนอยู่ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วความตื่นเต้นของตลาดไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนราคาหุ้น Nvidia ยังมีอีกส่วนที่ยั่งยืนกว่า คือ “มุมมองของตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรม AI ในระยะยาว” โดยอุตสาหกรรม AI มีแนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคตจากความต้องการที่ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง


โดยปัจจุบัน มีการพัฒนา AI ให้ใช้ได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น iPhone 16 ที่ถูกสร้างให้รองรับ AI ได้ นอกจากนี้ความต้องการใช้ AI ในห่วงโซ่อุปทานก็มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นด้วย โดยรายงานจาก Meticulous Research คาดการณ์ว่ามูลค่าของตลาด AI ที่ใช้ในห่วงโซ่อุปทานมีโอกาสแตะ 58,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2031 จากความต้องการของบริษัททั่วโลกในการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน


โดยช่วงปี 2024 -2031 อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้นของห่วงโซ่อุปทานจะอยู่ที่ประมาณ 40.4% ซึ่งความต้องการ AI ที่มากขึ้นนี้ จะเป็นตัวที่ช่วยให้บริษัทในอุตสาหกรรม AI เช่น Nvidia เติบโตได้ในระยะยาว ส่งผลดีต่อรายได้และราคาหุ้นของบริษัทในอนาคต


โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามแรกก็คือ การปรับขึ้นของหุ้น Nvidia อาจมีส่วนที่เป็นปัจจัยชั่วคราวคือ ความตื่นเต้นของตลาด แต่หากกำจัดปัจจัยชั่วคราวต่างๆ ออกไป ราคาหุ้นของบริษัทก็ยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอยู่ดี จากโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ทั่วโลกในอนาคต


ขณะที่คำถามต่อมาคือ เหตุการณ์เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ ?


การปรับตัวขึ้นของหุ้น Nvidia มีโอกาสทำให้หุ้นของบริษัทไทยที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นตามในระยะสั้น จากมุมมองนักลงทุนที่ดีทีมีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามปัจจัยที่จะหนุนตลาดชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทยได้อย่างมีนัยยะสำคัญ คือ ความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


โดยข้อมูลจาก BOI กล่าวว่ามูลค่าตลาดอิเล็กทรอนิกส์ไทยมีสัดส่วนสูงถึงราวๆ 10% ของ GDP ในปี 2022 ดังนั้นความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ยอดสั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย (และผู้ผลิตในประเทศอื่นๆ) เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน


นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คือ นโยบายภาครัฐ ที่มุ่งเน้นดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ของไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น


อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรม AI จะมีผลดีกับธุรกิจส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ที่ว่า ธุรกิจไทยสามารถพัฒนาสู่การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงได้สำเร็จเร็วแค่ไหน ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ประเทศเวียดนามพยายามตีตื้นในการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายหลักแข่งกับไทย