จะเกิดอะไรขึ้นกับ GUNKUL เมื่อกำลังจะร่วมทำธุรกิจกับ COM7
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น GUNKUL ทะลุเกินแนวต้าน 5 บาทไปได้สำเร็จ และมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่าปกติหลังจากที่มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง COM7 เข้าไปลงทุน ดังนั้นจึงจะต้องจับตามองว่าทั้งสองบริษัทจะเกิด Synergy ทางธุรกิจร่วมกันอย่างไร
ปริมาณการซื้อขายหุ้นของ GUNKUL หรือ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ย้อนหลังในช่วง 7 วันทำการที่ผ่านมามีมูลค่าการซื้อขายอย่างหนาแน่นเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2,800 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.64 จนถึงเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.64 ที่มีมูลค่าการซื้อขายกว่า 9,000 ล้านบาท หลังจากที่มีประเด็นข่าวการเข้ามาถือหุ้นของนายสุระ คณิตทวีกุล และผู้ถือใหญ่ของ COM7 อีกหนึ่งราย
ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาหุ้น GUNKUL อยู่ในกระแสที่นักลงทุนจับตามาโดยตลอด จากเรื่องของกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ทยอยเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ GUNKUL มีเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือในปี 66 ที่ 1,000 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงการกระโดดเข้าร่วมวงทำธุรกิจฮอตฮิตอย่างกัญชง และการขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มลูกค้าทั่วไป (End User) โดยร่วมมือกับ "SCB 10X" รวมถึงล่าสุดการที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ COM7 เข้ามาร่วมถือหุ้นด้วยนั้นจะต้องจับตามองว่าจะ Synergy กันอย่างไร
โดยทีมงาน Wealthy Thai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL ที่มาให้ข้อมูลและฉายภาพแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตทั้งในเรื่องของแผนงานธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) รวมถึงการ Synergy ร่วมกันกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่จาก COM7
คุณโศภชา ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ทาง GUNKUL มีแผนธุรกิจร่วมกันกับทาง COM7 เนื่องด้วยการที่กลุ่ม COM7 มีสาขาให้บริการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงมองว่ามีแผนธุรกิจที่จะสามารถสร้าง Synergy ร่วมกันได้อย่างแน่นอนในอนาคต สำหรับรายละเอียดว่าจะทำอะไรร่วมกันนั้นขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้
สำหรับ แผนงานในอนาคตบริษัทยังคงเป้าหมายว่าในปี 66 จะมีโครงการโรงไฟฟ้าในมือรวมทั้งสิ้น 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือแล้ว 620 เมกะวัตต์ ซึ่งตอนนี้มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการเข้าซื้อหลายโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเน้นโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลม
ส่วนแผนการลุยธุรกิจกัญชงคาดว่าทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจได้ภายในเร็วๆนี้ โดยธุรกิจนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการใช้ก่อสร้างโรงเรือน และโรงสกัด ซึ่งคาดว่าผลผลิตจากธุรกิจกัญชงจะเริ่มออกมาได้ภายในช่วงปลายปี 64
ขณะที่แผนรายได้ในปี 64 วางเป้าหมายจะมีรายได้ จำนวน 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการรับรู้รายได้ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) ที่ปัจจุบันมีงานในมือ 9,000 ล้านบาท อีกทั้งกำลังจะทยอยประมูลงานจากภาครัฐเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีอยู่ในระบบ 620 เมกะวัตต์
