สำรวจพื้นฐาน 4 หุ้นกลุ่ม GULF โบรกฯ มองแรงต่อเนื่อง-เหมาะเก็งกำไร
ท่ามกลางดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ยังคงเผชิญกับความผันผวนตามปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศ ยังคงมีหุ้นบางตัวที่ยังมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ GULF ที่นอกจากจะเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีความมั่นคงในแง่ของรายได้ที่จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมอีกด้วย
ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่ GULF เท่านั้นที่ราคาหุ้นมีความเคลื่อนไหวในทิศทางบวก แต่ยังรวมไปถึงหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกันด้วย โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ หุ้นในกลุ่ม GULF ได้แก่ GULF, ADVANC, INTUCH, THCOM มองว่าความแรงยังมีต่อ สามารถเข้าเก็งกำไรได้ แต่มี Trailing Stop (การเลื่อนจุด Stop loss ขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามราคาตลาด) ประกบไปด้วยสัก 3 ช่อง
โดยปัจจัยพื้นฐานของ GULF บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดกําไรปกติไตรมาส 3/67 อ่อนตัวจากไตรมาสก่อนหน้า กดดันจากปริมาณขายไฟฟ้าที่ลดลงตามฤดูกาล และอัตรากําไรขั้นต้นที่ลดลง แต่คาดว่ากําไรจะฟื้นตัวขึ้นทํา NEW HIGH ในไตรมาส 4/67 อีกทั้งภาพในระยะยาวจากการเป็น NEWCO ยังสดใส หลังจับมือกับ GOOGLE ที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ในธุรกิจดิจิทัล และประโยชน์จากการควบรวม พร้อมขึ้นแท่น Market Cap อันดับ 2 ของไทย หนุนการเติบโตแข็งแกร่งระยะยาว
ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “Outperform” โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกําไรปกติปี 2567 เป็นต้นไป ให้สอดคล้องกับการปรับประมาณการของ ADVANC ในรอบก่อนหน้า และรวมโครงการใหม่ๆ ที่ได้รับ PPA เข้ามาในประมาณการ และปรับไปใช้ FV ปี 2568 ที่สะท้อนการควบรวมเป็น NEWCO แล้วอยู่ที่ 68 บาท/หุ้น แม้ราคาปัจจุบันจะมี Upside จํากัด แต่ยังคาด Dividend Yield จากปันผลพิเศษ INTUCH กว่า 6% และหวังส่วนเพิ่มจากธุรกิจ Cloud , Data Center และการเกิด Synergy ใหม่ๆ ที่ยังไม่ถูกรวมไว้ในประมาณการ
ขณะที่ ADVANC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/67 ที่ 8.3 พันล้านบาท ลดลง 2.8% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9.0% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน โดยกำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า มาจากค่าใช้จ่าย Admin ที่ยังเพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่เติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน มาจากรายได้ที่เติบโต, การอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนอื่นๆ อย่างเข้มข้น โดยหากกำไรปกติไตรมาส 3/67 ออกมาตามคาด กำไรปกติงวด 9 เดือน 2567 จะคิดเป็น 74% ของประมาณการทั้งปี 2567 ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน
ขณะที่คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 4/67 จะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า ตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่ได้แรงกระตุ้นจากนโยบายการแจกเงินของรัฐบาลการเข้า High Season การท่องเที่ยว และ Synergy กับ TTTBB ที่จะเร่งตัวขึ้น และประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท โต 12% จากปีก่อน
อย่างไรก็ดีประมาณการทั้งปี 2567 ของบล.หยวนต้า ไม่ได้มี Upside Risk ที่มีนัยสำคัญจากระดับ 3.4 หมื่นล้านบาท การประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่จะประกอบไปด้วยคลื่นของ National Telecom หรือ NT ที่จะครบอายุในเดือนส.ค.68 ได้แก่ คลื่น 2100MHz ที่ ADVANC ใช้งานอยู่และคลื่น 2300MHz และ 850MHZ ที่ TRUE ใช้งานอยู่ การประมูลน่าจะเกิดในช่วงกลางปี 2568 เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคงประมาณการ โดยปรับลดคำแนะนำลงเป็น “เก็งกำไร” พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 270.00 บาท/หุ้น
ส่วน INTUCH บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดว่าจะมีกําไรปกติที่ 3.4 พันล้านบาท ลดลง 0.9% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามส่วนแบ่งกําไรที่ได้รับจาก ADVANC ซึ่งทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ยังโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ทั้งนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น INTUCH เมื่อ 3 ต.ค.67 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทควบรวมกับ GULF เพื่อให้กลายเป็นบริษัทใหม่ (New Co) ซึ่งทําให้กระบวนการควบรวมเดินหน้าต่อไป
ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมของ INTUCH ที่สะท้อนการควบรวมในปี 2568 เป็น 112 บาท (บนฐานราคา New Co ที่ 66 บาท) พร้อมคงคําแนะนํา “Outperform” เนื่องจาก 1. ระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากกําไรไตรมาส 3/67 ที่คาดจะออกมาโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 2. คาดผลตอบแทนจากปันผลปกติสําหรับช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ที่ 2.0 บาท บวกกับปันผลพิเศษ 4.50 บาท ในงวดไตรมาส 1/68 หรือคิดเป็น Yield รวม 6.3% ซึ่งจูงใจในช่วงดอกเบี้ยจะเป็นขาลง
ปิดท้ายด้วย THCOM บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรหลักไตรมาส 3/67 จะอยู่ที่ 19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แต่ลดลง 61% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรหลักที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดทุนที่ลดลงจาก LTC (หลังจากการปรับโครงสร้างรายได้) และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง (จากการชำระหนี้)
ขณะที่กำไรหลักที่ลดลงจากไตรมาสก่อน เกิดจากรายได้ที่ลดลงจาก Thaicom-4 นอกจากนี้ THCOM จะรายงานขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการแข็งค่าของเงินบาท ดังนั้นคาดว่าในไตรมาส 3/67 บริษัทจะรายงานขาดทุนสุทธิที่ 327 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า
บล.บัวหลวง แนะนำ “ถือ” พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 15.10 บาท พร้อมปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2567 ลง 21% เหลือ 135 ล้านบาท หลังจากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงประมาณการครึ่งหลังของปี 2567

