Official Update :

IVF ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากครบวงจร ลุยยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 130 ล้านหุ้น คาดเข้าเทรด mai ภายในสิ้นปีนี้

IVF เดินหน้ายื่นไฟลิ่ง เตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ 130 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายธุรกิจศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจรทั้งใน-นอกประเทศ คาดเข้าเทรด mai ภายในสิ้นปี 2567


นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของ บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF เปิดเผยว่า IVF ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 130 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท


สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และใช้ในการขยายสาขาให้บริการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายการเติบโตของบริษัทไปในระดับนานาชาติ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในสิ้นปี 2567


ด้านนางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการในตลาดการรักษาผู้มีบุตรยากทั่วโลกมีการเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านอัตราการเกิดใหม่น้อยลง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการตระหนักรู้ประเด็นภาวะมีบุตรยากที่เพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งใน Fertility Tourism ที่สำคัญของตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยาก ด้วยปัจจัยหนุนด้านนโยบายภาครัฐที่ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub) ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ และค่ารักษาพยาบาลที่เข้าถึงได้


โดย อินสไปร์ ไอวีเอฟ พร้อมให้บริการด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตลอดจนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ มาตรฐานการรักษาด้วยอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงโดยเฉลี่ยที่ 70-76% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์เฉลี่ยของประเทศไทย


ทั้งนี้ IVF ผู้นำธุรกิจศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้บริการแต่ละบุคคล และการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์


ปัจจุบันบริษัทมีสาขา 1 แห่ง ในกรุงเทพฯ และมีฐานลูกค้าส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นลูกค้าในประเทศ ส่วนโครงสร้างรายได้หลักมาจากการให้บริการใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ 1. การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility) คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 88% ในปี 2566 และ 2. การให้บริการด้านเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของรายได้รวมในปี 2566


ส่วนผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (2564- 2566) บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ 11.24 ล้านบาท 63.31 ล้านบาท และ 121.55 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สำหรับปี 2564 ถึงปี 2566 เท่ากับ 228.78%


แม้ช่วงปี 2564 จะอยู่ในช่วงวิกฤติสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดประเทศ บริษัทได้เรียนรู้และปรับตัวโดยได้เพิ่มการบริการด้าน Wellness ในปีที่ผ่านมาและยังวางแผนกลยุทธ์เพื่อเฟ้นหาโอกาสใหม่ๆ สู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน


นอกจากนี้บริษัทยังมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยไม่มีหนี้กู้ยืมจากสถาบันการเงิน อีกทั้งยังมีกระแสเงินสดในมือกว่า 100 ล้านบาท