SCGP แย้มผลงานไตรมาส 4/67 สดใส พร้อมชู 2 กลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจจีนล่าช้า มั่นใจผลงานปีหน้าโตแกร่ง รับปัจจัยบวกหลายด้าน
SCGP เผยผลงานไตรมาส 4/67 มีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมชู 2 กลยุทธ์รับมือกรณีเศรษฐกิจจีนยังล่าช้า มั่นใจผลงานปีหน้าโตแกร่ง รับปัจจัยบวกหลายด้าน
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยผลถึงแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/67 ระบุ ในส่วนของ Domestic Demand มีโอกาสที่จะมีอัพไซด์อยู่หลายประเด็น อาทิ เทศกาลปลายปีที่ส่งผลให้ผู้คนเดินทางมากขึ้น รวมถึงเป็นช่วงพีคของจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และความต้องการสินค้าคงทนจะเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมรับเทศกาล อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูในแง่ของการส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งมีผลกับภาคที่เป็นกระดาษบรรจุภัณฑ์พอสมควร
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกรณีที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังไม่ดีขึ้นไว้ 2 ด้าน ได้แก่ 1. บริษัทฯ มีกลุ่มเป้าหมายในตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน 2. การปรับ Portfolio เพื่อขายในตลาดอื่น ๆ ทดแทนในกรณีที่ตลาดในประเทศจีนยังไม่ดีขึ้น
ส่วนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มองว่า จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน อาทิ มาตรฐานจากภาครัฐที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน 10,000 บาท มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางภาคเหนือ รวมถึงโครงการคนละครึ่งที่จะมีการนำกลับมาใช้อีกครั้ง, อัตราเงินเฟ้อต่อภาพรวมของไทยที่ไม่ถึง 1% รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้ง การกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน ล้วนเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจในปี 2568 ให้ดียิ่งขึ้นกว่าปี 2567 โดยเฉพาะดีกว่าช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 พอสมควร
ด้าน นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าที่บริหารสายการเงิน SCGP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 101,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณขายของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและสายธุรกิจเยื่อและกระดาษที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ EBITDA เท่ากับ 13,282 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 3,756 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 มีรายได้จากการขาย 33,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการขายเยื่อเคมีละลายได้ (Dissolving Pulp) ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการส่งออกของกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง EBITDA เท่ากับ 3,496 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 25% จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 578 ล้านบาท ลดลง 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 60% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล และความผันผวนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจึงส่งผลต่อสินค้าส่งออก เช่น บรรจุภัณฑ์อาหารและเยื่อเคมีละลายได้ (Dissolving Pulp)
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยผลถึงแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/67 ระบุ ในส่วนของ Domestic Demand มีโอกาสที่จะมีอัพไซด์อยู่หลายประเด็น อาทิ เทศกาลปลายปีที่ส่งผลให้ผู้คนเดินทางมากขึ้น รวมถึงเป็นช่วงพีคของจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และความต้องการสินค้าคงทนจะเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมรับเทศกาล อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูในแง่ของการส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งมีผลกับภาคที่เป็นกระดาษบรรจุภัณฑ์พอสมควร
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกรณีที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังไม่ดีขึ้นไว้ 2 ด้าน ได้แก่ 1. บริษัทฯ มีกลุ่มเป้าหมายในตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน 2. การปรับ Portfolio เพื่อขายในตลาดอื่น ๆ ทดแทนในกรณีที่ตลาดในประเทศจีนยังไม่ดีขึ้น
ส่วนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มองว่า จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน อาทิ มาตรฐานจากภาครัฐที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน 10,000 บาท มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางภาคเหนือ รวมถึงโครงการคนละครึ่งที่จะมีการนำกลับมาใช้อีกครั้ง, อัตราเงินเฟ้อต่อภาพรวมของไทยที่ไม่ถึง 1% รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้ง การกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน ล้วนเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจในปี 2568 ให้ดียิ่งขึ้นกว่าปี 2567 โดยเฉพาะดีกว่าช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 พอสมควร
ด้าน นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าที่บริหารสายการเงิน SCGP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 101,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณขายของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและสายธุรกิจเยื่อและกระดาษที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ EBITDA เท่ากับ 13,282 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 3,756 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 มีรายได้จากการขาย 33,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการขายเยื่อเคมีละลายได้ (Dissolving Pulp) ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการส่งออกของกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง EBITDA เท่ากับ 3,496 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 25% จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 578 ล้านบาท ลดลง 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 60% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล และความผันผวนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจึงส่งผลต่อสินค้าส่งออก เช่น บรรจุภัณฑ์อาหารและเยื่อเคมีละลายได้ (Dissolving Pulp)
Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 16 hours ago
Follow Us
News Update
