EGCO หุ้นโรงไฟฟ้าพื้นฐานแกร่ง ปันผลสูง จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอ
การลงทุนในหุ้นปันผลเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่มองหาแหล่งสร้างผลตอบแทนระยะยาว ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุน ซึ่งนอกจากนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคา หรือ Capital Gain หากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย
แต่การเลือกหุ้นปันผลที่ดีนั้น ต้องอาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยหลายด้าน ทั้งบริษัทต้องมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ธุรกิจมีพื้นฐานที่มั่นคงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหุ้นปันผลที่ Wealthy Thai จะหยิบยกมาพูดคุยกับแฟนเพจในครั้งนี้ คือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น EGCO
EGCO เป็นบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องมากว่า 32 ปี จุดเด่นของหุ้น EGCO คือ ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและการดำเนินธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ที่มีการกระจายความเสี่ยง ทั้งในเรื่องของการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่หลากหลายทั้งฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งประเทศที่เข้าไปลงทุนที่อยู่ในหลายภูมิภาคของโลกทั้งในอาเซียน เอเชียตะวันออก และอเมริกา
สะท้อนจากประวัติการจ่ายเงินปันผลในช่วงปี 2564 - 2566 แม้ภาพรวมผลประกอบการของ EGCO จะเผชิญกับความผันผวน แต่บริษัทยังมีนโยบายและความสามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ จำนวน 2 ครั้งต่อปี ในอัตรารวม 6.50 บาทต่อหุ้นต่อปี
ในปี 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า EGCO จะจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 6.50 บาทต่อหุ้น เทียบเท่ากับ 3 ปีก่อน โดยบริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2567 ไปแล้วในอัตรา 3.25 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 6.1% ซึ่งเป็นอัตราที่น่าสนใจและสูงเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
ดังนั้น หากอ้างอิงคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ EGCO น่าจะจ่ายเงินปันผลในงวดครึ่งหลังของปี 2567 ได้อย่างต่อเนื่อง ในอัตรา 3.25 บาทต่อหุ้น
ส่วนปี 2568 และ 2569 บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า EGCO จะรักษาอัตราการจ่ายปันผลในอัตรา 6.50 บาทต่อหุ้นต่อปี คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 5.3% ได้ทั้ง 2 ปีต่อเนื่อง
โอกาสเติบโตจากการขยายธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
นอกจากความโดดเด่นด้านนโยบายการจ่ายเงินปันผลแล้ว EGCO ยังมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ “4S” ที่มุ่งเน้นลงทุนในรูปแบบ M&A ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องที่เป็นสินทรัพย์คุณภาพสูง มีผลตอบแทนดี และสามารถรับรู้รายได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนเร่งรัดบริหารโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงาน เพื่อสร้างรายได้เข้ามาในพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน EGCO ยังเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้ทิศทาง "Cleaner, Smarter and Stronger to drive sustainable growth" โดยมีเป้าหมายระยะสั้น คือ การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนอยู่แล้ว 1,437 เกมะวัตต์ คิดเป็น 21% ของกำลังผลิตทั้งหมด มาจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่
ด้านการลงทุนภายในประเทศ EGCO ได้นำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินกว่า 10 โครงการเข้าร่วมการประมูล RE Big Lot รอบที่ 2 ซึ่งหากได้รับการคัดเลือก จะช่วยให้ EGCO สามารถเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตโฟลิโอได้อีก
สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ EGCO ได้ผลักดัน Yunlin โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน จนติดตั้งเสากังหัน (Monopiles) และกังหันลม (Wind Turbin Generators - WTGs) ครบ 80 ต้นเรียบร้อยแล้ว และมั่นใจว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบทั้ง 640 เมกะวัตต์ ได้ภายในสิ้นปี 2567 เมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดให้ EGCO เฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินโครงการ
นอกจากธุรกิจไฟฟ้าแล้ว EGCO ยังขยายการลงทุนไปในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีโครงการที่สำคัญคือ การลงทุนใน บริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (PT Chandra Daya Investasi - CDI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท พีที จันทรา อศรี แปซิฟิก ทีบีเค (PT Chandra Asri Pacific Tbk - CAP) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเคมีและสาธารณูปโภคครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 30% เมื่อเดือนธันวาคม 2566
CDI เป็นบริษัทลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ยุทธศาสตร์และนิคมอุตสาหกรรมเมืองซีเลกอน (Cilegon) และเมืองเซรัง (Serang) จังหวัดบันเต็น (Banten) เกาะชวาตะวันตก ซึ่งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมหลักขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย ที่มีอุปสงค์ทางอุตสาหกรรมสูงและเติบโตอย่างรวดเร็ว
EGCO ทำงานร่วมกับ CAP ซึ่งถือหุ้น 70% ใน CDI อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพัฒนา CDI ให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นการขยายและการพัฒนาโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันของ CDI ควบคู่กับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งในรูปแบบการร่วมทุนกับพันธมิตร การควบรวมกิจการ และความร่วมมือทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการขยายฐานลูกค้าและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
จากนโยบายการจ่ายปันผลในระดับสูงและสม่ำเสมอ ประกอบกับนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน EGCO จึงเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลที่น่าสนใจในกลุ่มโรงไฟฟ้า สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนระยะยาว

