Official Update :

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจกระทบดอกเบี้ย โบรกฯ สั่ง “ขายทำกำไร” หุ้นพุ่งแรงหากทรัมป์ชนะ ฟากแฮร์ริสชนะ “รอช้อนซื้อ” หุ้นราคาร่วง

ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 มีแนวโน้มกระทบการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ในปีหน้า เนื่องจากนโยบายของทั้งสองผู้เข้าแข่งขันคือ โดนัลด์ ทรัมป์ และ กมลา แฮร์ริส มีโอกาสส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยในปัจจุบัน ตลาดคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการแถลงผลการประชุม Fed ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ 


หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง Fed อาจลดดอกเบี้ยช้าลง หรือ จะขึ้นดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับว่านโยบายที่เสนอมานั้นผ่านได้มากแค่ไหน โดยถ้าตัดนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าออกไป นโยบายการลดภาษีรายได้บริษัทสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากเกินไปจนเกิดเงินเฟ้อ จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรง


ซึ่งมีโอกาสทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยช้าลงและคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้นเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ถ้านโยบายขึ้นภาษีนำเข้านั้นผ่าน ก็เป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจากต้นทุนสินค้านำเข้าที่แพงขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อพุ่งจน Fed ต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะยาว


ในอีกด้าน หากแฮร์ริสชนะ น่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจน้อยกว่า อีกทั้งนโยบายขึ้นภาษีบริษัทและบุคคลรายได้สูงก็อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโตช้าลงในระยะสั้น ซึ่งจะทำให้ Fed สามารถลดดอกเบี้ยต่อไปได้เร็วขึ้นในปี 2568 หนุนเศรษฐกิจในระยะยาว


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก Citi มองว่าหากทรัมป์ชนะ และ รีพับลิกันครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรงในช่วงหลังเลือกตั้ง ซึ่งนักลงทุนควรเริ่มขายหุ้นที่ราคาพุ่งและรอดูตลาดก่อน เนื่องจากการชนะของทรัมป์มีสิทธิ์สร้างความผันผวนในตลาดหุ้นและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจผ่านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป จึงอาจทำให้ราคาหุ้นส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงต่อไปในอนาคต


แต่ในกรณีที่แฮร์ริสชนะและพรรครีพับลิกันครองที่ในสภาเป็นส่วนใหญ่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสปรับตัวลง ซึ่งเป็นโอกาสดีในการช้อนซื้อหุ้นที่ราคาตก เพราะในระยะต่อไป เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีสเถียรภาพมากกว่าบวกกับการลดดอกเบี้ยของ Fed มีแนวโน้มทำให้ตลาดหุ้นค่อยๆ กลับมาปรับตัวขึ้นในระยะต่อไป