Official Update :

SAPPE ลุยเพิ่มกำลังผลิตดันปี 68 โตแกร่ง คาดไตรมาส 4/67 สดใสสวนโลว์ซีซั่น มั่นใจทั้งปี 67 รายได้โตตามเป้า 15-20%

SAPPE คงเป้ารายได้ปีนี้โต 15-20% มั่นใจผลงานไตรมาส 4/67 สดใสแม้เป็นโลว์ซีซัน หลังรุกขยายฐานลูกค้าทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง-เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่ม พร้อมเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต ดันยอดขายปี 68 โตแกร่ง


นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า เป้าหมายการเติบโตของรายได้ 15-20% ที่มีการตั้งไว้ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าตามเดิม โดยปัจจัยสนับสนุนในช่วงที่เหลือของปี 2567 จะมาจากทั้งในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ คือยังมีการเติบโตที่ดีตามแผนที่วางไว้ ขณะที่ในช่วงไตรมาส 4/67 คาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะอยู่ในช่วง Low Season ของธุรกิจ โดยบริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายฐานลูกค้าผ่านหลายช่องทาง ทั้งห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) รวมถึงจัดกิจกรรมการขายและการตลาดต่อเนื่องในทวีปต่าง ๆ โดยยังมีแผนปล่อยแคมเปญพิเศษของ Mogu Mogu ที่ทำกับ SEVENTEEN เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโมเมนตั้มและกระแส Brand Love ให้กับแบรนด์ในตลาดต่างประเทศ


นอกจากนี้ยังมีการรุกช่องทางของอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ซึ่งมีการเติบโต 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีการทำแคมเปญในส่วนของออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางที่เป็นมาร์เก็ตเพลส แฟนเพจเฟซบุ๊ก หรือ TikTok


อีกทั้งปีนี้ยังถือเป็นปีที่ดีของแบรนด์ All Coco โดยในส่วนของยอดขายในไตรมาส 3/67 มีการเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 27% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 3/67 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาที่ 9 ล้านบาท โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากการได้รับอานิสงส์บวกจากราคามะพร้าวมีการปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ผลประกอบการของ All Coco ทั้ง 3 ไตรมาสในปีนี้ ไม่มีการขาดทุนเช่นเดียวกับปี 2566 โดยการขาดทุนในปี 2566 มาจากการตั้งสำรองในส่วนของสินค้าที่ส่งออกไปขายในประเทศจีน


ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศในช่วงไตรมาส 4/67 ยังถือว่าเติบโตได้ดี โดยยอดขายในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิต โดยในเดือนเมษายน 2567 ได้ติดตั้งไลน์การผลิตไลน์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่และเริ่มเดินหน้าผลิตสินค้าเพื่อส่งมอบให้กับผู้บริโภคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในส่วนของโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับการเติบโตของยอดขายปี 2568 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งยังเป็นไปตามแผนการ Commercialization ในช่วงไตรมาส 2/68 ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) ของโรงงานแห่งใหม่และการเพิ่มเติมไลน์การผลิตจำนวน 3 ไลน์ เริ่มตั้งแต่ปี 2567-2569 ตามลำดับ เพื่อส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการไทย และช่วยลดอัตราภาษีเงิน ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษี 5 ปี ตามลำดับ