NOBLE มั่นใจปีนี้พรีเซลโตแตะ 1.8 หมื่นลบ. รับดีมานด์ลูกค้าต่างชาติคึกคัก เผยตุนแบ็กล็อก 2.7 หมื่นลบ. รับรู้ถึงปี 71
NOBLE มั่นใจยอดขายสิ้นปี 67 แตะ 18,000 ล้านบาท โต 21% จากปีก่อน เผยดีมานด์กลุ่มลูกค้าต่างชาติกลับมาคึกคัก คาดยอดโอนกรรมสิทธิ์ทำได้ตามแผน 11,000 ล้านบาท โต 67% จากปีก่อน พร้อมตุนแบ็กล็อกแน่น 27,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้ยาวถึงปี 71
นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า มองภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ประมาณ 20% จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทสมากขึ้น และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้าคนไทยฟื้นตัวดีขึ้น ช่วยผลักดันให้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์และยอดขายของบริษัทในปีหน้าเติบโตมากกว่าปี 2567
นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า มองภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ประมาณ 20% จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทสมากขึ้น และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้าคนไทยฟื้นตัวดีขึ้น ช่วยผลักดันให้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์และยอดขายของบริษัทในปีหน้าเติบโตมากกว่าปี 2567
สำหรับแนวโน้มช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ราว 4,545 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมปี 2567 มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์รวม 11,000 ล้านบาท หรือเติบโต 67% จากปีก่อน จากแผนการส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่จำนวน 4 โครงการ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย
ส่วนแนวโน้มยอดขาย (Pre-sale) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทมียอดขายรวมสะสมทุกโครงการแล้วกว่า 14,300 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 ที่ NOBLE เคยทำสถิติยอดขายสูงสุด โดยลูกค้าต่างชาติเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดขายให้เติบโต และคาดว่าโครงการ นิว เอปิค อโศก-พระราม 9 จะได้รับผลตอบรับทางด้านยอดขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทคาดการณ์ยอดขายในช่วงที่เหลือของปีนี้จะแตะระดับ 18,000 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 21% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ได้ตามเป้าหมาย
ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือรวมมูลค่ากว่า 27,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปี 2567 กว่า 6,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 ขณะเดียวกันบริษัทยังมีสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ในมือมากกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 6,000 ล้านบาท และแนวสูง 4,000 ล้านบาท
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 8 hours ago
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
