Official Update :

TIDLOR จากต้นปีราคาร่วง 22% กูรูยังประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” คาดผลงานไตรมาส 4 สดใส รับสินเชื่อโต

ราคาหุ้น บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 21.90% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 22.28 บาท เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 17.40 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 108.21 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลจากการตั้งสำรองหนี้เสียของบริษัทฯ


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังคงมีคำแนะนำไปในทิศทางเดียวกัน คือ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TIDLOR เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้าได้สะท้อนปัจจัยลบจากหนี้เสียของสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองไปมากแล้ว อีกทั้งคาดว่ากำไรไตรมาส 4/67 จะดีขึ้น โดยเป็นผลจากสินเชื่อกลับมาเติบโต


โดย บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” TIDLOR พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 21.00 บาท โดยไตรมาส 3/67 กำไรลดลง 9.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลหลักจากการตั้งสำรอง ECL สูงเพื่อ clean up balance sheet ทั้งนี้ คาดว่ากำไรไตรมาส 4/67 จะดีขึ้น ผลจากสินเชื่อกลับมาโต Yield สูง และสำรองลดลงตามคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นหลังเคลียร์หนี้ที่มีปัญหาจบในไตรมาส 3/67 ขณะเดียวกัน ได้ปรับคาดการณ์กำไรปี 67 ขึ้น เพื่อสะท้อนการปรับลด credit cost บวกกับการกลับมารุกสินเชื่อ ทำให้คาดว่ากำไรยังทำนิวไฮ +12.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับผลบวกแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงดีต่อต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต


เช่นเดียวกับ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” TIDLOR พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้าได้สะท้อนปัจจัยลบจากหนี้เสียของสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองไปมากแล้ว ขณะที่กำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2567 คิดเป็น 73% ของประมาณการทั้งปี และยังคงประมาณการเดิม โดยคาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของ TIDLOR จะโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายลงทุนระบบเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น แต่มองว่าการตั้งสำรองควรจะเริ่มทยอยผ่อนคลายลง หลังเร่งจัดการลูกหนี้เช่าซื้อรถบรรทุกมือสองในกลุ่มเสี่ยงสูงไปมากแล้ว และควบคุมการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มเช่าซื้อรถบรรทุกและจำนำทะเบียนรถยนต์มากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงของสินเชื่อใหม่น้อยลงเรื่อย ๆ


นอกจากนี้ คาดจะเริ่มได้แรงหนุนจากเม็ดเงินโครงการก่อสร้างของรัฐฯ มากขึ้น ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เช่าซื้อรถบรรทุกมือสองฟื้นตัวขึ้นหนุนให้คาดการทั้งปี 2567 TIDLOR จะมีกำไรสุทธิ 4,362 ลบ. โต 15.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายเดือน พ.ย. -ธ.ค. 2567 TIDLOR จะเริ่มกระบวนการทำ Tender Offer (Share Swap 1:1) เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทเป็น Holding Company และในปี 2568 จะเริ่มขยายธุรกิจใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น Insurtech และการขยายสินเชื่อในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหาตลาดใหม่สำหรับการเติบโตในระยะยาว โดยคาดว่าผู้บริหารจะให้ข้อมูลประเด็นดังกล่าวมากขึ้นในช่วงต้นปี 2568