Official Update :

SUSCO ประกาศชัดปี 64 มีกำไร ลงทุนสร้างสถานีบริการน้ำมันครบ 300 แห่ง

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ SUSCO เปิดเผยว่า ประเด็นเทรนด์ใหม่อย่างรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่จะเข้ามาเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี รวมทั้งการสนับสนุนของภาครัฐทั้งในเรื่องของภาษีต่างๆ ซึ่งบนต้นทุนปัจจุบัน ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป


ดังนั้นอุตสาหกรรมรถยนต์ในกลุ่ม BEV และ PHEV ประเมินว่าใน 2564 จะมียอดขายประมาณ 4 – 5 หมื่นคัน ขยายตัวประมาณ 20% ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักของตลาด BEV ในอนาคต คือ การที่ภาครัฐและเอกชนจะสามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดในเรื่องของการวางเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ทั่วถึง และแก้ไขข้อจำกัดในเรื่องระยะทางวิ่ง รวมไปถึงการให้การสนับสนุนทางด้านภาษี เป็นต้น


อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารถยนต์ดังกล่าว จะเข้ามามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนั้น จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 – 10 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบัน SUSCO มีสถานี EV Charging ให้บริการ 22 สาขา ซึ่งยังมีแนวโน้มขยายเพิ่มสาขาในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลอีก 10 สาขา


ด้านแผนระยะยาวของ SUSCO ภายใน 5 ปี (64-68) วางงบลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ทั้งขยายสถานีให้บริการและปรับปรุงสาขาเดิม โดยวางเป้าปี 66 จะมีสถานีให้บริการครบ 300 แห่ง เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับธุรกิจ


สำหรับทิศทางการดำเนินงานปี 64 มั่นใจผลประกอบการจะมีกำไรอย่างแน่นอน แม้เกิดการระบาดของ COVID-19 อีกครั้ง โดยในช่วงก่อน COVID-19 ที่จะระบาดอีกรอบบริษัทวางเป้าจะมียอดขายเติบโต 20% จากปีก่อน ซึ่งยังคงต้องดูสถานการณ์อีกครั้งก่อน เพราะธุรกิจน้ำมันเครื่องบิน เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตามหากราคาน้ำมันอยู่ในระดับปัจจุบัน บริษัทมองว่ารายได้ปี 64 จะเติบโตมากกว่าระดับ 20% โดยประเมินว่าราคาน้ำมันปี 64 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นผลมาจากความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของโอเปกรวมทั้งมีวัคซีน COVID-19 ที่เชื่อว่าจะทำให้มีการเดินทางมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ในปี 64 ธุรกิจปั๊มน้ำมันทางบรริษัท มีแผนจะขยายสถานีเพิ่มเติมอีก 20 สถานี รวมเป็น 260 สถานี ซึ่งจะเน้นพื้นที่ภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก และหัวเมืองใหญ่ๆ ตามแหล่งชุมชน และยังมีแผนปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถานีเดิมอีก 50 แห่ง


ขณะเดียวกันจะเพิ่มความสำคัญต่อธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจน้ำมัน (Non-Oil) มากขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานีบริการให้ครบวงจร โดยได้มีแผนการเพิ่มร้านสะดวกซื้อลอว์สัน 108 เพิ่มร้านกาแฟ Starbucks และ ดิโอโร่ รวมไปถึงเพิ่มพันธมิตรร้านอาหาร และร้านฟาสต์ฟูดเพิ่มขึ้นด้วย เช่น KFC, Subway และร้านอาหารประเภทข้าวแกงอีกหลายแห่ง


นอกจากนี้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิก SUSCO Smart Member ที่ปัจจุบันมีสมาชิก 1.4 ล้านราย ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านราย ภายในปี 64 โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซัสโก้ ได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ช่องทาง Line OA @SUSCO เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้บริโภค ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าสมาชิก ด้วยการเพิ่มมูลค่า (Privilege) ต่างๆ ทั้งจากคู่ค้าในสถานีบริการ อาทิ Lawson108 รวมไปถึงคู่ค้าอื่นๆ ส่วนแคมเปญการตลาด ช่วงไตรมาส 2 และ 3 มีแผนจัดกิจกรรมชิงโชค (Lucky Draw) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานีบริการโฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด "SUSCO Fuel Your Day เติมพลังให้วันของคุณ " เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ในเมืองให้มากยิ่งขึ้น


ขณะที่ปัจจุบัน SUSCO เปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ Lawson108 ในสถานีบริการน้ำมัน จำนวน 38 สาขา โดยปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มอีก จำนวน 10 สาขา ส่วนร้านกาแฟ Starbucks มีจำนวน 1 สาขา ตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันซัสโก้ สาขาราชพฤกษ์ โดยปีนี้ มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ สาขาหลานหลวง และสาขาศรีนครินทร์ 3 ในส่วนของ ร้านอาหารฟาสต์ฟูด KFC DRIVE- THRU มีจำนวน 1 สาขา ที่สถานีบริการน้ำมันซัสโก้ สาขาประชาอุทิศ1 เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก จำนวน 4- 5 สาขาภายในปีนี้


ส่วนประเด็นการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ บริษัทมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือ โดยเชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจต้องจัดเตรียมความพร้อมในการดูแลพนักงาน ให้ความสำคัญกับการป้องกัน และปรับปรุงสถานที่ทำงานให้เหมาะกับยุค New Normal เตรียมความพร้อมในด้านสภาพคล่องของบริษัทให้มีอย่างเพียงพอที่จะผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ เพื่อตอบสนองมาตรการป้องกัน COVID-19 ของภาครัฐ ที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสุขอนามัย การรักษาความสะอาดของอุปกรณ์ และสถานที่ รวมไปถึงบุคลากร


ทั้งนี้ บริษัท ได้เปิดบริการให้ลูกค้า สามารถชำระค่าน้ำมันแบบไร้การสัมผัส ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว ผ่านช่องทาง E-payment ทั้ง Air Pay และ True Money Wallet (TMN) โดยจะมีแคมเปญร่วมกับทาง Shopee /Air Pay และ True Money Wallet (TMN) จะทยอยออกมาในช่วงต้นปีนี้


“ธุรกิจให้บริการน้ำมันมีการแข่งขันสูง ผู้บริโภคมุ่งเน้นหากเข้ามาใช้บริการต้องการความครบวงจร และสะดวกสบาย โดยบริษัทจึงได้เปลี่ยนสแกนใหม่เป็น “Fuel Your Day เติมพลังให้วันของคุณ” ส่วนการขยายร้านกาแฟ Starbucks นั้นบริษัท จะเป็นฝ่ายลงทุนเรื่องอาคารโดยตกแต่งจะเป็นฝ่าย Starbucks ด้าน KFC ก็โมเดลคล้ายๆกัน แต่ KFC มี 2 โมเดล คือลงทุนสร้างในพื้นที่ของเรา ก็จะได้ GP น้อยกว่ที่เราาลงทุนเอง ซึ่งถ้าเราเลือกได้ส่วนใหญ่เราก็ลงทุนเอง”นายชัยฤทธิ์ กล่าว


นายชัยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ในปี 63 แม้จะมีการระบาดของ COVID-19 บริษัทยังเชื่อว่าภาพรวมผลประกอบการจะยังคงมีกำไรสุทธิ โดยผลการดำเนินงานของซัสโก้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ยังมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 118.5 ล้านบาท ลดลง 65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัท มีปริมาณการขายน้ำมันรวมประมาณ 800 ล้านลิตร ลดลง 23% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุที่สำคัญคือ ปริมาณการขายที่ลดลงจากผลกระทบ COVID-19 และราคาขายที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง ส่วนผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 118.5 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิหลังภาษีเงินได้จำนวน 334 ล้านบาท เป็นจำนวน 216 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 65


ด้านธุรกิจน้ำมันส่งออกในปี 2563 ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นคู่ค้า ต่างก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ยอดการใช้น้ำมันและยอดขายลดลงตามไปด้วย โดยภาพรวมแล้ว แม้ว่ายอดขายทั้งปี ลดลงประมาณ 10% แต่กำไร ยังใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งบริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจนี้ โดยจะเน้นการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน


ในส่วนของธุรกิจน้ำมันเครื่องบิน เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการ Lockdown ทั้งในและนอกประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้น้ำมันอากาศยาน โดยในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึง เดือนเมษายน ปี2563 ยอดขายน้ำมันหายไปเกือบ 100% นอกจากนั้น ราคาน้ำมันอากาศยาน ยังดิ่งลงไปสู่จุดต่ำสุด ทำให้เกิด Stock Loss เป็นมูลค่าที่สูง ทำให้ยอดขายทั้งปี 2563 เทียบกับปี 2562 มียอดขายลดลงประมาณ 60% และนับจนถึงปัจจุบันปริมาณการขายน้ำมันเครื่องบินยังกลับมาเพียง 20% เมื่อเทียบกับยอดขายเดิมก่อนช่วง COVID-19 เท่านั้น แต่โดยภาพรวม ธุรกิจน้ำมันเครื่องบินก็ยังทำกำไรได้ในปีที่ผ่านมา


ด้านนายภิมุข สิมะโรจน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เปิดเผยกลยุทธ์ธุรกิจในปี 64 ยังมีการขยายปั๊มน้ำมันแต่เน้นในทำเลที่เหมาะสม และขยายธุรกิจ Non-Oil ให้มากขึ้น โดยเตรียมงบไว้กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงสถานีเดิมให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยมากขึ้นด้วย นอกจากนี้บริษัทจะมีการใช้สโลแกนใหม่ “Fuel Your Day เติมพลังให้วันของคุณ”


ส่วนปัญหาพิษเศรษฐกิจ และ COVID-19 ที่ทุกคนเผชิญอยู่นั้น ก็ได้กำชับทุกๆ ส่วนในองค์กรให้ปรับตัว ถึงแม้บริษัทยังไม่มีนโยบายลดคน แต่พนักงานต้องร่วมมือกันช่วยกัน ทั้งในแง่มาตรการการป้องกันด้านสาธารณสุข และด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้ก้าวข้ามผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 17 hours ago
Follow Us